GUNRAPREE.COM

สวัสดีค่ะ...ขณะนี้ webmaster ต้องขออภัยเป็นอย่างมากที่ไม่สามารถ update ข้อมูลต่าง ๆ ให้สมบูรณ์ได้ เนื่องจากมีภาระกิจมากเพิ่มขึ้นค่ะ..!  - Group learning. The basic technology professionals, mathematics, social studies, history, religion, Thai language, English language, Science, Arts, Health Education, the tests, lesson plans, classroom research, and evaluation of the experiment, innovation, learning, media and vision, General Research, teachers Information, Education News, knowledge and other , etc. -.
close sorry

รหัสสมาชิก
 
รหัสผ่าน
 
Dissemination and exchange of educational research.
For educational personnel and the general public.
Teachers to learn the basics of technology and professional groups
in mathematics, history, social studies and religion, Thai, English, science, art, physical education.
ติดต่อ webmaster
อีเมล์ของท่าน:
เรื่อง:
ข้อความ:
Security Code       Click to reload image
ส่งพร้อมไฟล์:
 

ผลงานทางวิชาการ ถามมา-ตอบไป
close
แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ข่าวสารการศึกษา
close close

การศึกษาแบบองค์รวม


         คำว่า “การศึกษาแบบองค์รวม” นั้น เป็นองค์ความรู้ที่เป็นสาขาวิชาในแนวความคิดใหม่ตามหลักการศึกษาระดับสูง เป็นหลักสูตรที่เน้นปรัชญาการศึกษา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเรียนรู้ภายในตนกับการเรียนรู้จากภายนอก ซึ่งเป็นแนวความคิดที่เน้นการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง (Transformative learning) โดยการหลอมรวมหรือบูรณาการความรู้ที่เป็นทั้งศาสตร์ศิลป์ และกระบวนการเรียนรู้ภายในตนเข้าด้วยกัน ไม่แยกย่อยลงลึกสู่แต่ละสาขาของศึกษาศาสตร์แต่เน้นการจัดสัดส่วนสาระกระบวนการทางการศึกษา และพัฒนาศักยภาพภายในของผู้เรียนได้อย่างสมดุลกัน หลักสูตรสาขาวิชา การศึกษาแบบองค์รวมนี้ จึงพยายามสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา และการฝึกหัดอบรมครู ให้สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้สาระวิชากับการสร้างกระบวนการการเรียนรู้จากภายใน โดยการฝึกฝนปฏิบัติอย่างเป็นระบบและมีแบบแผนด้วยศาสตร์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การเรียนรู้จักตนเองอย่างลึกซึ้ง (Contemplative practices) การขยายศักยภาพของการเรียนรู้ การฝึกทักษะ ปฏิสัมพันธ์แห่งการเรียนรู้จากผู้อื่นและสรรพสิ่งอย่างเป็นกัลยาณมิตร และการเข้าถึงคุณค่าของสาระต่าง ๆ ด้วยปัญญา (โยนิโสมนสิการ) ในที่สุด จึงสามารถจัดการความรู้ (Knowledge management) ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตอย่างมีความสุขและพอเพียงนอกจากนี้การเปิดหลักสูตรสาขาวิชาการศึกษาแบบองค์รวม นี้ จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มิได้มีพื้นฐานปริญญาตรี ทางศึกษาศาสตร์ แต่มีพื้นฐานความรู้ในสาขาใด สาขาหนึ่งโดยตรง เช่น วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ฯลฯ และต้องการเป็นครู หรือสนใจเรื่องการเรียนรู้ เช่น พ่อแม่ ให้มีโอกาสเข้ามาศึกษาและพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างสมดุลผสมผสานเชื่อมโยงกับความรู้เฉพาะทางของแต่ละคนที่แตกต่างหลากหลาย พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์แก่วงการศึกษาไทย ในการสร้างบุคลากรทางการศึกษาที่กว้างขวางขึ้นอีกทางหนึ่งทั้งนี้ องค์ความรู้เกี่ยวกับการศึกษาแบบองค์รวม ได้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย แนวคิดของนักการศึกษาและผู้รู้ ตลอดจนประสบการณ์การจัดการศึกษาในแนวทางนี้ในต่างประเทศ ดังตัวอย่างเอกสารที่แนบมาพร้อมกันนี้

การศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education)
         จากการศึกษาเรื่องแนวความคิดเรื่องการศึกษาแบบองค์รวม หรือการศึกษาเพื่อพัฒนาคนในทุกๆ ด้าน Holistic Education อาจกล่าวได้ว่าในปัจจุบันได้มีการพัฒนาไปในหลากหลายทิศทาง โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากแนวความคิดและปรัชญาทางการศึกษาที่หลากหลาย ซึ่งมีโรงเรียนจากทั่วโลกที่ลุกขึ้นมาอ้างว่าเป็นการศึกษาแบบองค์รวมหลากหลายโรงเรียน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าแนวคิดเรื่องการศึกษาแบบองค์รวมดังกล่าวจะไม่ใช่แนวคิดใหม่แต่ก็อาจระบุชี้ชัดได้ยากยิ่งว่า วิธีการจัดการศึกษาอย่างไร จึงเป็นการจัดการศึกษาแบบองค์รวมอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม สามารถสรุปการศึกษาตามเอกสารได้ดังต่อไปนี้

ที่มาของการศึกษาแบบองค์รวม
         Forbes (1996) ได้กล่าวถึงรากฐานของการศึกษาแบบองค์รวมในปัจจุบัน ซึ่งมีโรงเรียนกว่า ๗,๕๐๐ แห่ง1 จากทั่วโลกที่อ้างว่าใช้ระบบการจัดการศึกษาแบบองค์รวม และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกมากมายตามลำดับ รากฐานการพัฒนาการศึกษาแบบองค์รวมจึงมาจากนักการศึกษาที่สำคัญของโลก อันได้แก่

Jean Rousseau , Ralph Waldo Emerson , Johann
Pestalozzi , Friedrich Froebel , Jiddu Krishnamurti , Rudolf Steiner , Maria Montessori ,
Carl Jung , Abramham Maslow , Carl Rogers , Paul Goodman , John Holt , Ivan IIIich ,
Paulo Fraire โดยเป็นกระบวนการที่มีการเคลื่อนไหวมาตั้งแต่ช่วงปี 1960
Naoko Saito (2000) กล่าวถึง การพัฒนาแนวคิดทางการศึกษาของ จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) ว่า เป็นการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลิกภาพและลักษณะนิสัยของมนุษย์อย่างเป็นองค์รวมตามธรรมชาติ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งจากภายนอกและภายใน
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) (2004) ได้กล่าวถึงแนวทางการศึกษาแบบ Progressive Education ซึ่งมีรากฐานมาจากการเคลื่อนไหวของ Dewey ได้เรียกแนวทางการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวว่าเป็นการพัฒนาเด็กในทุกๆ ด้าน (Development of the Whole child) อันได้แก่
กาย (Physical) จิตใจ (Mental) อารมณ์ (Emotional) และสังคม (Social)



1 Jerry Mintz(ed.), The Handbook of Alternative Education (1994) จากการสำรวจโรงเรียนทางเลือก(Alternative School) พบว่า มีโรงเรียนอย่างน้อย 7,500 แห่ง ที่อธิบายตนเองว่ามีแนวทางการจัดการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education)

         ความหมายและแนวความคิดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Education) Ron Miller (2000) ได้กล่าวไว้ว่า การศึกษาเชิงองค์รวมเป็นการศึกษาที่ตั้งอยู่บนฐานของการพัฒนาบุคลากรสามารถค้นพบความหมายและเป้าหมายในชีวิตผ่านการเห็นความสัมพันธ์ของตนเองต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน โลกธรรมชาติ จิตวิญญาณ และระบบจักรวาลทั้งมวล Miller ได้อธิบายเปรียบเทียบระบบการศึกษาแบบองค์รวมและการศึกษากระบวนทัศน์เก่าโดยให้ความเห็นว่าการศึกษาในกระบวนทัศน์เก่าส่งเสริมให้มนุษย์ตัดความสัมพันธ์ของตนเองต่อสิ่งรอบตัว โดยกระตุ้นให้เกิดการอยู่รอดผ่านการแข่งขันในตลาดแรงงานของโลกแห่งทุนนิยมซึ่งการศึกษาเหล่านี้ทำให้มนุษย์เกิดความแตกแยกและเน้นการเอาประโยชน์ส่วนตนเท่านั้นในขณะที่การศึกษาแบบองค์รวมนั้นเน้นเรื่องความสัมพันธ์ของบุคคลต่อโลก ความหมายของบริบท ทั้งด้านกายภาพ ความสัมพันธ์ ฯลฯ ต่อบุคคลหนึ่งๆ ผ่านทางวัฒนธรรมอันหลากหลายในสถานที่แต่ละแห่งScott H. Forbes (1996) ได้กล่าวว่า นักปรัชญาทางการศึกษาแบบองค์รวมนั้นได้ให้ความสำคัญต่อการเห็นความจริงแผนภาพที่ ๑ การแสดงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และระบบ อันได้แก่ โลกธรรมชาติ สังคม/ชุมชน จิตวิญญาณ และจักรวาล ตามแนวความคิดการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education Approach) กระบวนการมองเห็นเชิงความสัมพันธ์ดังแผนภาพที่ ๑ นั้น เป็นกระบวนการที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า “กระบวนการเชิงระบบ” (System Approach) ซึ่งแสดงถึงความเชื่อมโยงของมนุษย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน/สังคม โลกธรรมชาติ จิตวิญญาณและจักรวาล โดยนักวิทยาศาสตร์ เช่น Davie Bohm , David Peat , Kari Pribram Ilya Prigogine ต่างก็ ยืนยันว่าการมองเห็นระบบทั้งหมดนั้นเป็นแนวทางที่จะทำให้เกิดความเข้าใจต่อสิ่งต่างๆ ได้จากที่ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี ได้เคยยกตัวอย่างถึงรถยนต์ องค์ประกอบทั้งหมด ประกอบกันจึงเรียกว่าเป็นรถยนต์ได้ หากพิจารณาแยกส่วนเพียงเครื่องยนต์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นรถยนต์สรุปได้ว่า การศึกษาแบบองค์รวมจึงเน้นให้มนุษย์พัฒนาจิตสำนึกและระหนักถึงความสำคัญของตนเองกับระบบของโลกภายนอก และพัฒนาบุคคลในเชิงกายภาพ ปรีชาญาณอารมณ์ และสังคม โดยมีปัจจัยที่สำคัญ ๒ ประการด้วยกัน ได้แก่ (Ron Miller , 2000)

         ๑) การเรียนรู้จากภายในบุคคล อันได้แก่การศึกษาที่จะทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของบุคคลและโลกได้นั้น ต้องเริ่มจากภายในตัวบุคคล อันได้แก่ อารมณ์ ความรู้สึก อันเป็นพลวัตที่เกิดขึ้นภายในอย่างแตกต่างกันตามประสบการณ์ ความคิด ความรู้สึกของแต่ละบุคคล และเชื่อมโยงต่อสิ่งใกล้ตัว เช่น เพื่อน ครู ฯลฯ

         ๒) ครูที่มีความเคารพต่อผู้เรียน อย่างมีใจที่เปิดกว้างและมีความรัก เพื่อให้เด็กแต่ละคนสามารถเติบโตตามวาระที่เป็นอยู่ได้ ครูในระบบของการศึกษาแบบองค์รวมนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่เป็นผู้ที่สามารถรับรู้ได้ถึงความต้องการและความรู้สึกของผู้เรียนแนวความคิดด้านการศึกษาแบบองค์รวมจึงเน้นความสัมพันธ์ระหว่าง ครู กับนักเรียนและไม่เน้นไปที่หลักสูตรการเรียนการสอน แต่ในขณะเดียวกัน ครูจึงต้องเป็นผู้ที่รู้จักตนเองและสามารถสอนเรื่องต่างๆ ผ่านการกระทำที่ปรากฏต่อนักเรียน เช่น ผู้เรียนจะเรียนเรื่องราวของShakespeare จากครูที่มีความชอบเรื่องของ Shakespeare เรียนเคมีจากครูที่รักวิทยาศาสตร์ ดังนั้น หลักสูตรจึงไม่ใช่ปัจจัยที่ให้ความรู้แก่นักเรียน แต่ความเป็นครูของครูที่มีผลต่อการเรียนรู้ทั้งหมดของเด็กนักเรียนFoebes ,(2004) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบของการศึกษาแบบองค์รวม อันได้แก่

         ๑) การศึกษาที่เปิดให้ผู้เรียนมีอิสรภาพในการเรียนรู้ (Freedom) และมีลักษณะที่ยืดหยุ่นเพียงพอที่จะทำให้ผู้เรียนไม่รู้สึกว่าถูกบังคับให้เรียนอย่างเร่งรีบ

         ๒) ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักพิจารณาความจริง และสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Good Judgment) ทั้งต่อตนเอง ต่อสังคมและระบบโดยรวม โดยแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงของตนเองกับระบบอย่างสม่ำเสมอ

         ๓) มีแนวทางในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้อย่างเชื่อมโยงสัมพันธ์ และส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนสำคัญในการจัดการเรียนรู้ของตนเอง (Meta-Learning)

         ๔) พัฒนาความสามารถทางสังคม เช่น ความสัมพันธ์ ฯลฯ (Social Ability)

         ๕) ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถระบุคุณค่าของการเรียนรู้ต่อตนเองได้ (Refining Values)ผู้เรียนจะสามารถเรียนรู้ได้มีประสิทธิภาพ หากได้เรียนสิ่งที่มีความหมายและมีความสำคัญต่อเขา ดังนั้นในการเรียนรู้ดังกล่าวผู้เรียนจึงเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของตนเอง

         ๖) ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Self Knowledge) และความสามารถในการนำพาตนเองไปสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ไปสู่การมองเชิงองค์รวมตัวอย่าง มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนด้าน Holistic Educationชลลดา ทองทวี (2007) ได้กล่าวถึง ตัวอย่างมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนด้าน Holistic Education อันได้แก่ มหาวิทยาลัย เจเอฟเค (JFK University) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ.1964 โดยมุ่งเน้นตอบสนองต่อกลุ่มนักศึกษาผู้ใหญ่ที่ต้องการเข้ามาศึกษาต่อในระบบ เพื่อพัฒนาสายอาชีพและแสวงหาความหมายในชีวิต มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญต่อการสืบค้นทางปัญญา บ่มเพาะวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณ และการอุทิศตนให้กับชุมชนและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการศึกษาเชิงองค์รวม เป็นสหวิทยาการและการศึกษาเชิงประสบการณ์ ภายใต้บรรยากาศของการเคารพความแตกต่างของปัจเจกบุคคล และความแตกต่างทางวัฒนธรรมเพื่อสานสัมพันธ์เพื่อผดุงโลกที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน สำนักการศึกษาเชิงองค์รวม (School of Holistic Studies) ของมหาวิทยาลัย เจเอฟเค เปิดสอนด้านการให้การศึกษาด้านสุขภาวะ(health education) การแนะแนว (counseling) ศิลปะ และการศึกษาเกี่ยวกับจิตสำนึก (consciousness) และ integral psychology โดยจะเป็นการศึกษาในเชิงองค์รวม กล่าวคือ ผ่านกาย ใจ และจิตวิญญาณ ทั้งนี้ หัวใจของหลักสูตรนี้คือ การผสานเชื่อมโยงระหว่างความจริง ภายในตน การค้นพบตัวเอง และการทำงานในโลกภายนอก กระบวนการเรียนการสอน จะมีลักษณะการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ โดยจะสอนทักษะของการเคลื่อนไหวร่างกาย การทำสมาธิและการสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆ เพื่อบูรณาการความรู้เชิงวิชาการเข้ากับภาคปฏิบัติทั้งนี้ สำนักการศึกษาเชิงองค์รวม (School of Holistic Studies) เปิดสอนในสาขา
ดังต่อไปนี้

Bachelor of Fine Arts , in Studio Arts ; Master of Fine Arts in Studio Arts ;
Master of Arts in Consciousness & Transformative Studies ; Master of Arts in
Counseling Psychology โดยมีสาขาวิชาเฉพาะให้เลือก 3 ด้าน คือ Transpersonal Psychology , Somatic Psychology และ Holistic Studies

มหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่มีแนวความคิดในการสอนเชิงองค์รวม
- California Institute for Integral Studies (CIIS)
www.ciis.edu
- Education for Sustainability , South Bank University , Distance Learning Centre , UK.

www.Isbu.ac.uk/efs
- Naropa Institute www.naropa.edu
- Pisgah Forest Institute www.brevard.edu/pfi
- Purton House College www.holisticnet.co.uk/purton/
- Schumacher College www.schumachercollege.gn.apc.org/
- Sharpham College www.sharpham-trust.org/
- Wisconsin Center for Environment Education www.uwsp.edu/cnr/wcee

องค์กรด้านการศึกษาแบบองค์รวมอื่นๆ
- AERO : Alternative Education Resource Organization
- AIIPIE : Alliance for Parental Involvement in Education
- Association of Waldolf Schools of North America
- Down to Earth Books
- Education in Search of Spirit
- Encompass : Center for Natural Learning Rhythms
- Folk Education Association of America (FEAA)
- Great Ideas in Education
- Home Education Magazine
- John Dewey Project on Progressive Education
- Montessori Foundation
- National Association for Core Curriculum (NACC ; Kent , OH)
- National Coalition of Alternative Community School (NCACA)
- National Coalition of Education Activists (NCEA ; Rhinbeck,NY)
- Path of Learning
- Rethinking Schools


          ส่วนกรณีของการศึกษาแบบองค์รวมในประเทศไทยนั้น อาจกล่าวได้ว่าเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการปฏิรูปการศึกษาในปี ๒๕๔๒ และได้รับความสนใจในฐานะที่เป็นการศึกษาทางเลือก(Alternative Education) มาก่อน ซึ่งเกิดขึ้นทั้งในระบบและนอกระบบและมีรูปแบบที่แตกต่างหลากหลาย รวมทั้งกรณีของบ้านเรียน (HOME SCHOOL) ด้วย โดยมีลักษณะร่วม คือ การให้ความสำคัญของผู้เรียนเป็นรายบุคคลมากขึ้น และความสำคัญของสาระวิชาตามหลักสูตรเป็นรอง รวมทั้งปรับเปลี่ยนบทบาทของครู จากการกำกับการเรียนโดยสิ้นเชิง มาเป็นผู้นำพานักเรียนสู่การเรียนรู้เชิงประจักษ์ สัมผัสประสบการณ์ตรงด้วยตนเอง ผ่านการปฏิบัติกิจวัตรกิจกรรมและการงานจริงมากขึ้น ต่อมาจึงเกิดแนวคิดของ “ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง” ขึ้น ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งแม้จะเริ่มจากแนวคิดแบบองค์รวมแต่เมื่อนำไปสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษากลับคลาดเคลื่อนไปจากจุดมุ่งหมายและไม่อาจบรรลุวัตถุประสงค์ได้จริงในสถานศึกษาส่วนใหญ่ เพราะบุคลากรทางการศึกษา คือ ครูและผู้บริหาร ยังมิได้ปรับเปลี่ยนบทบาททัศนคติและวิธีการบริหารจัดการให้เอื้ออำนวยต่อกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ทำให้เห็นรากฐานของปัญหาการศึกษาได้ชัดเจนขึ้นในขณะเดียวกัน กระแสการศึกษาแนวใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้นในสถานศึกษาหลายแห่งทั้งแบบที่เป็นการริเริ่มนวัตกรรมของการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ เช่น Montessori และ Waldolf เป็นต้นรวมทั้งกรณีของโรงเรียนแนวพุทธธรรม ซึ่งเน้นการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาของตนเอง ให้สามารถบูรณาการคุณธรรม/หลักไตรสิกขาลงสู่หลักสูตรสาระวิชาต่างๆ ด้วยตนเอง ทั้งสองกรณีนี้หากเกิดขึ้นจากความพยายามของสถานศึกษาเอง มิได้เกิดจากการปฏิบัติตามคำสั่งต้นสังกัดก็จะพบว่ามีการปรับเปลี่ยนทั้งโรงเรียนและต่อเนื่องจนกระทั่งได้กลายมาเป็นโครงการทดลองในการปฏิรูปการศึกษาของรัฐในระดับปฏิบัติด้วย นั่นคือ School-based development เป็นต้น

          เพราะฉะนั้น การศึกษาแบบองค์รวมจึงมิได้เป็นเพียงการศึกษาทางเลือกนอกระบบเท่านั้น แต่ด้วยคุณสมบัติที่เอื้อต่อการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนและแตกต่างจากเดิม จึงแพร่หลายและได้ถูกนำไปทดลองใช้ในบริบทของโรงเรียนต่างๆ มากขึ้นในท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพของระบบการศึกษาไทย ในช่วง ๒ ทศวรรษที่ผ่านมานี้ นักคิด นักการศึกษาของไทยซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้หลักการและแนวทางที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคม เพื่อคลี่คลายปัญหาทั้งหลายอันเนื่องมาจาก ระบบการศึกษาที่ไม่อาจสร้างหรือพัฒนาคนให้รู้รอบนั้น จึงเป็นส่วนส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิด วิธีมองปัญหาอย่างเชื่อมโยง และมาตั้งต้นที่ระบบการศึกษาแบบองค์รวมนั่นเอง ดังเช่น

         ๑. แนวคิดของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ที่เปิดมุมมอง การศึกษา คือ ชีวิต บุพภาคของการศึกษา (กัลยาณมิตรและโยนิโสมนสิการ) ตลาดจนระบบการศึกษา วิถีพุทธ ไตรสิกขา

         ๒. แนวคิดของศาสตราจารย์ นายแพทย์ ประเวศ วะสี ซึ่งได้ให้แนวทางการศึกษาเพื่อแก้วิกฤตสังคมไทยไว้แทบทุกมิติ ที่จะนำไปสู่การศึกษาแบบองค์รวมนั่นเอง

         ๓. แนวคิดของศาสตราจารย์ กิตติคุณ สุมน อมรวิวัฒน์ ได้เป็นผู้ประพันธ์ตำราการบูรณาการทางการศึกษาเพื่อพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยมีรายละเอียดที่อิงหลักพุทธ ธรรมและรูปธรรมของการปฏิบัติที่หลากหลายด้วย

อ้างอิง
Forbes, S.(1999). Holistic Education ; An Analysis of Its Intellectual Precedents and Nature. Unpublished dissertation , University of Oxford
Forbes, S.(2004).What Holistic Education Claims About Itself ; An Analysis of HolisticSchool’s Literature. American Education Research Association
Forbes, S.(1996). Values in Holistic Education, Third Annual Conference on Education,Spirituality and the Whole child. Roehampton Institute
Miller, R.(2000).Making Connections to the World : some Thoughts on Holistic Curriculum(Brandon, VT: Foundation for Educational Renewal,2000)
Saito, Naoko (2000).Perfecting Democracy through Holistic Education Dewey’s Naturalistic Philosophy of Growth Reconsidered.(Teacher College, Columbia University)
ชลลดา ทองทวี (2007), การศึกษาแบบองค์รวม
ประภาภัทร นิยม (2545), ปฏิบัติงานให้เป็นการปฏิบัติธรรม,วารสารเพื่อการวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ ฉบับที่ 2 ปีการศึกษา 2544 โรงเรียนรุ่งอรุณ
ประเวศ วะสี (2548), ระบบการเรียนรู้ใหม่ไปให้พ้นวิกฤตแห่งยุคสมัย
สุมน อมรวิวัฒน์ (2544), หลักบูรณาการทางการศึกษาตามนัยแห่งพุทธธรรม

ที่มา : http://www.piengtawan.com/


คลังความรู้ Scimath

คลิปวิดีโอมาใหม่

ชุดข้อสอบล่าสุด

  • คณิตศาสตร์
  • ดาราศาสตร์
  • ธรณีวิทยา
  • เทคโนโลยี
  • พูดคุยวิชาการ

    ห้องภาษาไทย

    ห้องคณิตศาสตร์

    ห้องวิทยาศาสตร์

    ห้องสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

    ห้องสุขศึกษาและพลศึกษา

    ห้องศิลปะ

    ห้องการงานอาชีพและเทคโนโลยี

    ห้องภาษาต่างประเทศ

    ห้องวิชาการทั่วไป

    ห้องแนะแนว

    ห้องการงานอาชีพและเทคโนโลยี

    ห้องภาษาต่างประเทศ

    ห้องวิชาการทั่วไป

    ห้องแนะแนว

    มุมคุณครู

    แลกเปลี่ยนประสบการณ์ครู

    วิชาการในโรงเรียน

    ทั่วไป









    สาระการเรียนระดับปฐมวัย

    ความรู้ gat pat ติว ภาษาอังกฤษ สังคม ม.ต้น ม.ปลาย ความรู้เกี่ยวกับตัวเด็ก

    ความรู้ gat pat ติว ภาษาอังกฤษ สังคม ม.ต้น ม.ปลาย บุคคลและสถานที่แวดล้อม

    ความรู้ gat pat ติว ภาษาอังกฤษ สังคม ม.ต้น ม.ปลาย ธรรมชาติรอบตัว

    ความรู้ gat pat ติว ภาษาอังกฤษ สังคม ม.ต้น ม.ปลาย สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก

     

    กระทู้ครู-อาจารย์

    บทเรียนออนไลน์

  • คลังข้อสอบ
  • พลังงาน
  • ศิลปศาสตร์
  • ภาษาต่างชาติ
  • บัญชี
  • มนุษย์-สังคม
  • ศิลปะและวัฒนธรรม
  • นิเทศ
  • กฎหมาย
  • เศรษฐศาสตร์
  • กิจกรรมพิเศษ
  • จรวดขวดน้ำ
  • ครูคุยทั่วไป
  • เทคนิควิธีการสอน
  • โครงงานวิทย์
  • สุขภาพ
  • โรคภัยไข้เจ็บ
  • แม่และเด็ก
  • อาหารการกิน
  • แนะแนว
  • เรียนเมืองไทย
  • เรียนต่อนอก
  • บุุคคลสำคัญ
  • เกม
  • ทุนการศึกษา
  • Roadshow
  • แบบทดสอบออนไลน์
  • scimath
  • ฟิสิกส์ราชมงคล
  • นิยาย
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • เทคโนโลยีชีวภาพ
  • เทคโนโลยีพัสดุ
  • นาโนเทคโนโลยี
  • ห้องย่อย

    ที่มา: http://www.vcharkarn.com/

    ม.ต้น ม.ปลาย

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาภาษาต่างประเทศ

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาภาษาไทย

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาคณิตศาสตร์

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาศิลปะ

    การศึกษา ความรู้ วิทยาศาสตร์	เทคโนโลยี ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคม ภาษาไทย
วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี


    Gunrapree@Main Menu



    webblog gunrapree
    webboard gunrapree
    blogspot gunrapree
    gunrapree.blogspot
    elementary.blogspot
    hi5.com@geerapann
    Twitter@geerapann
    Google+ gunrapree
    facebook@gunrapree

    http://lnkd.in/TUZDnH #in

    ติดต่อ webmaster ที่นี่

      สถิติวันนี้ 122 คน
      สถิติเมื่อวาน 173 คน
      สถิติเดือนนี้
     สถิติปีนี้
     สถิติทั้งหมด
    4518 คน
    76994 คน
    30533818 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-11-07


    อากาศวันนี้



    ดาวเทียม                          กรมตุนิยมทยา 
    สภาพอากาศและฝนในช่วงต้นฤดูฝน 2555
    แผ่นดินไหว SOUTH OF JAVA,
    INDONESIAขนาด 4.4 ริกเตอร์


    เรดาร์ตรวจอากาศเรดาร์ตรวจอากาศ
    ภาพถ่ายดาวเทียมภาพถ่ายดาวเทียม
    วิเคราะห์ภาพดาวเทียมวิเคราะห์ภาพดาวเทียม
    แผนที่อากาศแผนที่อากาศ
    สถานีวัดฝนอัตโนมัติสถานีวัดฝนอัตโนมัติ
    สถานีตรวจอากาศอัตโนมัติข้อมูล AWS
    NWP ModelNWP Model
    GISGIS
    เตือนภัยเตือนภัย
    เส้นทางเดินพายุเส้นทางเดินพายุ
    รายงานแผ่นดินไหวรายงานแผ่นดินไหว



    Copyright (c) 2011-2116 By : http://gunrapree.comRegistration Service Provided By: N/A Education Contact: +66.846343454
    Design by: gunrapree