ร่วมแลกเปลี่ยนผลงานทางการศึกษา

ขอเชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันค่ะ .!

เทิดไท้พระภูมี แปดสิบสี่พระพรรษา ดวงใจของไพร่ฟ้า "พระราชาแห่งราชันย์" พระยศก้องเกรียงไกร สถิตในทุกชนชั้น สมนามองค์เทวัญ จากสวรรค์วิมานฟ้า น้อมเกล้าอัญชุลี พระภูมีกษัตรา เทิดไว้ในบูชา ผองไพร่ฟ้าประชาไทย ศิระน้อมประณต แทบจรดเหนือเกล้าไว้ ถวายพระพรชัย พระองค์ทรงพระเจริญ
 

ความรู้เรื่องภาวะผู้นำเต็มรูปแบบและเน้นภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

โปรดอ่านแนวคิด วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ แล้วจึงศึกษาเนื้อหาและทำแบบ ประเมินตนเองตามลำดับ

แนวคิด

            1. ความรู้เรื่องภาวะผู้นำเต็มรูปแบบและเน้นภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้ ได้เสนอความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับภาวะผู้นำโดยทั่วไป และได้นำเสนอโมเดลภาวะผู้นำแบบเต็มรูป ตามทฤษฎีของแบส และอโวลิโอ (Bass & Avolio) โมเดลนี้ประกอบด้วยภาวะผู้นำ 3 แบบ คือภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) และภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership)
            2. ภาวะผู้นำ หมายถึง การที่ผู้นำใช้อิทธิพล อำนาจหน้าที่ และพลังอำนาจที่มีอยู่เพื่อดำเนินงานใน หน้าที่ที่รับผิดชอบให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ภาวะผู้นำเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการเสริม สร้างประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงานให้แก่ผู้นำซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงสาระ สำคัญต่าง ๆ เกี่ยวกับภาวะผู้นำ
            3. โมเดลภาวะผู้นำแบบเต็มรูป (Model of Full Range of Leadership) ตามทฤษฎีของแบส และอโวลิโอ ประกอบด้วยภาวะผู้นำ 3 แบบ คือ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง ภาวะผู้นำแบบแลก เปลี่ยน และภาวะ ผู้นำแบบปล่อยตามสบาย
            4. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)เป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานและผู้ตามโดยการเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานและผู้ตามให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวังและพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานและผู้ตามไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้นทำให้เกิดการตระหนักรู้ในภารกิจและวิสัยทัศน์ของทีมและหน่วยงานจูงใจให้ผู้ร่วมงานและผู้ตามมองไกลเกินความสนใจของพวกเขาไปสู่ผลประโยชน์ ของกลุ่ม หรือสังคม
            5. ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) ป็นกระบวนการที่ผู้นำให้รางวัลหรือลงโทษผู้ตาม ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานของผู้ตาม ผู้นำใช้กระบวนการแลกเปลี่ยนเสริมแรง ตาม สถานการณ์ ผู้นำจูงใจ ผู้ตามให้ปฏิบัติงานตามระดับที่คาดหวังไว้ ผู้นำช่วยให้ผู้ตามบรรลุเป้าหมาย ผู้นำทำให้ผู้ตามมีความเชื่อมั่นที่จะปฏิบัติ
งานตามบทบาท และเห็นคุณค่าของผลลัพธ์ที่กำหนด ซึ่งผู้นำจะต้องรู้ถึงสิ่งที่ผู้ตาม
จะต้องปฏิบัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ ต้องการ ผู้นำจูงใจโดยเชื่อมโยง ความต้องการและรางวัลกับความสำเร็จตามเป้าหมาย รางวัลส่วนใหญ่เป็นรางวัล ภายนอก ผู้นำจะทำให้
ผู้ตามเข้าใจในบทบาท รวมทั้งผู้นำจะตระหนักถึงความต้องการของผู้ตาม ผู้นำจะรับรู้ว่า
ผู้ตาม ต้องทำอะไรเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย ผู้นำจะระบุบทบาทเหล่านี้และข้อกำหนดงาน
ที่ชัดเจน ผู้นำจะรับรู้ความต้องการ ของผู้ตาม ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามระบุเป้าหมาย และเข้าใจว่า ความต้องการหรือรางวัลที่พวกเขาจะเชื่อมโยงกับความสำเร็จ ตามเป้าหมายเป็นอย่างไร
            6. ภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership) หรือพฤติกรรมความไม่มีภาวะผู้นำ (Nonleadership Behavior) เป็นภาวะผู้นำที่ไม่มีความพยายาม ขาดความรับผิดชอบ ไม่มีการตัดสินใจ ไม่เต็มใจที่จะเลือกยืนอยู่ฝ่ายไหน ขาดการมีส่วนร่วม เมื่อผู้ตามต้องการผู้นำ ผู้นำจะไม่อยู่ ไม่มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับภารกิจ ขององค์การ ไม่มีความชัดเจนในเป้าหมาย
            7. การเป็นผู้นำที่ดีจะต้องพัฒนาตัวเองให้นำหน้าบุคคลอื่นอยู่เสมออาจทำ
ได้โดยเรียนจากงานที่ทำ เรียนจาก ผู้อื่น เรียนจากผู้นำ และการฝึกอบรมปฏิบัติการ

วัตถุประสงค์

            หลังจากศึกษาบทนี้แล้ว ท่านสามารถบอกและอธิบายหัวข้อต่อไปนี้ได้
            1. ความหมายของภาวะผู้นำ
            2. โมเดลภาวะผู้นำแบบเต็มรูป (Model of Full Range of Leadership)
                2.1 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)
                2.2 ภาวะ ผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership)
                2.3 ภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership)
            3. การพัฒนาภาวะผู้นำ

เนื้อหาสาระ

            1. ความหมายของภาวะผู้นำ
            2. โมเดลภาวะผู้นำแบบเต็มรูป (Model of Full Range of Leadership)
                  2.1 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)
                  2.2 ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership)
                  2.3 ภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership)
            3. การพัฒนาภาวะผู้นำ

ความหมายของภาวะผู้นำ

           คำว่า “ภาวะผู้นำ” เป็นคำผสมระหว่างคำว่า “ภาวะ” กับ “ผู้นำ” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ไม่ได้บัญญัติคำว่า “ภาวะผู้นำ” แต่บัญญัติว่า “ภาวะ” เป็นคำนาม แปลว่า “ความมี หรือ ความเป็น หรือ ความปรากฏ” ส่วนคำว่า “ผู้นำ” ไม่ได้บัญญัติไว้ในพจนานุกรมโดยตรง แต่มีคำที่ใกล้เคียงกันมากคือคำว่า“หัวหน้า” เป็นคำนาม แปลว่า “ผู้ใหญ่ในหมู่หนึ่ง ๆ” และที่บัญญัติไว้อีกคำหนึ่ง คือ“ผู้จัดการ” เป็นคำนาม แปลว่า “บุคคลที่มีหน้าที่บริหารและควบคุมดูแลกิจการ” เมื่อพิจารณาจากรากศัพท์ที่กล่าวไปแล้วพอสรุปได้ว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง ความเป็นหัวหน้าของกลุ่มหนึ่ง

           เวบสเตอร์ (Webster’s Encyclopedic Unabridged Dictionary) บัญญัติว่า “Leadership” เป็นคำนามเกิดจากการผสมระหว่าง “Leader + ship” มีความหมาย 4 ประการ ดังนี้
           1. ตำแหน่ง หรือหน้าที่ของผู้นำ
           2. ความสามารถในการนำ
           3. การนำ
           4. ผู้นำของกลุ่ม

          สำหรับนักวิชาการด้านพฤติกรรมศาสตร์ ได้นิยามความหมายของคำว่า “ภาวะผู้นำ” จำนวนมากนักวิชาการบางท่านถึงกับกล่าวว่า ยังไม่มีการให้ความหมายไว้ตรงกัน และความหมายต่าง ๆ ที่กำหนดไว้นั้น มีจำนวนมากพอ ๆ กันกับจำนวนของผู้นิยามความหมายของคำนี้ ผู้เขียนขอนำเสนอนิยามศัพท์ที่สำคัญดังนี้
           T. Jacobs and E. Jacques (1987) นิยามไว้ว่า“ภาวะผู้นำ หมายถึง พฤติกรรมของปัจเจกบุคคลที่เขาได้ชี้นำเพื่อให้การดำเนินการกิจกรรม กลุ่มเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้”
            แดเนียล แคทซ์ (Daniel Katz) และโรเบิร์ต เอ็ม. คาฮ์น (Robert M. Kahn) (1978) ได้นิยามไว้ว่า“ภาวะผู้นำ" หมายถึง การใช้อิทธิพลที่เพิ่มมากขึ้นในองค์การ ในอันที่จะทำให้กลไก
การปฏิบัติงานประจำ ขององค์การดำเนินไปได้”
           ซี.เอฟ. รอช (C.F. Rauch) และ โอ. เบลิ่ง (O. Behling) (1984)ได้นิยามไว้ว่า “ภาวะผู้นำ" หมายถึงกระบวนการใช้อิทธิพล เพื่อให้การดำเนินงานกิจกรรมกลุ่มบรรลุเป้าหมาย”
           ที.โอ. จาคอบส์ (T.O. Jacobs) และเอลเลียต จักส์ (Elliott Jacques) (1990) ได้นิยามว่า “ภาวะผู้นำ" หมายถึง กระบวนการที่จะพัฒนาเป้าหมายการทำงาน และการได้ทุ่มเทพลังในการทำงาน ในอันที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย


          สรุปได้ว่า ภาวะผู้นำ หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการหลอมความแตกต่างทางด้านความคิดความสนใจ ความต้องการหรือพฤติกรรมของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลในองค์การให้หันไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีศิลปะ ไม่มีความขัดแย้งในองค์การอีกต่อไปในขณะใดขณะหนึ่งหรือในสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้

โมเดลภาวะผู้นำแบบเต็มรูป (Model of Full Range of Leadership)

       แบสและอโวลิโอ (Bass & Avolio, 1993 : 114–122) ได้เสนอโมเดลภาวะผู้นำแบบเต็มรูปโดยใช้ ผลการวิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นำตามรูปแบบภาวะผู้นำที่เขาเคยเสนอในปี ค.ศ. 1985 โมเดลนี้จะประกอบด้วย ภาวะผู้นำ 3 แบบ คือ ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership) ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership) และภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership) หรือพฤติกรรม ความไม่มีภาวะผู้นำ (Nonleadership Behavior) ดังรายละเอียดต่อไปนี้

2.1 ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational Leadership)
       เป็นกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงานและผู้ตาม โดยเปลี่ยนแปลงความพยายาม ของผู้ร่วมงานและ ผู้ตามให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวังในการพัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานและผู้ตามไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้นทำให้เกิดการตระหนักรู้ในภารกิจละวิสัยทัศน์ของกลุ่มและขององค์การจูงใจผู้ร่วมงานได้ไกลเกินกว่าความสนใจของพวกเขา ไปสู่ประโยชน์ของกลุ่มหรือสังคม ซึ่งกระบวนการที่ผู้นำมีอิทธิพลต่อผู้ร่วมงาน หรือผู้ตามนี้ จะกระทำโดยผ่านองค์ประกอบของพฤติกรรมเฉพาะ 4 ประการ หรือที่เรียกว่า “4I” (Four I’s) คือ

       1. การมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์ (Idealized Influence or Charisma Leadership : II or CL)
การที่ผู้นำประพฤติตัวเป็นแบบอย่าง หรือเป็นรูปแบบสำหรับผู้ตาม ผู้นำจะเป็นที่ยกย่อง เคารพนับถือ ศรัทธา ไว้วางใจ และทำให้ผู้ตามเกิดความภาคภูมิใจเมื่อได้ร่วมงานกัน ผู้ตามจะพยายามประพฤติปฏิบัติเหมือนกับผู้นำและ ต้องการเลียนแบบผู้นำของเขา สิ่งที่ผู้นำต้องปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงคุณลักษณะนี้ คือ ผู้นำจะต้องมีวิสัยทัศน์ และสามารถ ถ่ายทอดไปยังผู้ตาม ผู้นำจะมีความสม่ำเสมอมากกว่าการเอาแต่อารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ในสถานการณ์วิกฤต ผู้นำเป็นผู้ที่ไว้ใจได้ว่าจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผู้นำจะเป็นผู้ที่มีศีลธรรมและมีจริยธรรมสูง ผู้นำจะหลีกเลี่ยงการใช้อำนาจ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน แต่จะประพฤติตนเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและประโยชน์ของกลุ่ม ผู้นำจะแสดงให้เห็นถึงความเฉลียวฉลาด ความมีสมรรถภาพ ความตั้งใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ความแน่วแน่ในอุดมการณ์ ความเชื่อ และค่านิยมของเขา ผู้นำจะเสริมความภาคภูมิใจ ความจงรักภักดี และความมั่นใจของผู้ตาม และทำให้ผู้ตามมี ความเป็นพวกเดียวกันกับผู้นำ โดยอาศัยวิสัยทัศน์และการมีจุดประสงค์ร่วมกัน ผู้นำแสดงความมั่นใจช่วยสร้างความ รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันเพื่อการบรรลุเป้าหมายที่ต้องการผู้ตามจะเลียนแบบ ผู้นำและพฤติกรรม ของผู้นำจากการสร้าง ความมั่นใจในตนเอง ประสิทธิภาพและความเคารพในตนเอง ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจึงรักษาอิทธิพลของตนในการ บรรลุเป้าหมายและปฏิบัติภาระหน้าที่ขององค์การ

        2. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspiration Motivation : IM) หมายถึง การที่ผู้นำจะประพฤติในทางที่จูงใจ ให้เกิดแรงบันดาลใจกับผู้ตาม โดยการสร้างแรงจูงใจภายใน
การให้ความหมายและท้าทายในเรื่องงานของผู้ตาม ผู้นำจะกระตุ้นจิตวิญญาณของทีม (Team Spirit) มีการแสดงออกซึ่งความกระตือรือร้นโดยการสร้างเจตคติที่ดีและ การคิดในแง่บวก ผู้นำจะทำให้ผู้ตามสัมผัสกับภาพที่งดงามของอนาคต ผู้นำจะสร้างและสื่อความหวังที่ผู้นำต้องการ อย่างชัดเจน ผู้นำจะแสดงการอุทิศตัวหรือความผูกพันต่อเป้าหมายและวิสัยทัศน์ร่วมกัน ผู้นำแสดงความเชื่อมั่นและ แสดงให้เห็นความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามมองข้ามผลประโยชน์ของตน เพื่อวิสัยทัศน์และภารกิจขององค์การ ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามพัฒนาความผูกพันของตนต่อเป้าหมายระยะยาว และ บ่อยครั้งพบว่าการสร้างแรงบันดาลใจนี้เกิดขึ้นผ่านการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล และการกระตุ้นทางปัญญา โดยการคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคลทำให้ผู้ตามรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า และกระตุ้นให้พวกเขาสามารถจัดการกับปัญหา ที่ตนเองเผชิญได้ ส่วนการกระตุ้นทางปัญญาช่วยให้ผู้ตามจัดการกับอุปสรรคของตนเอง และส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

      3. การกระตุ้นทางปัญญา (Intellectual Stimulation : IS) หมายถึง การที่ผู้นำมีการกระตุ้นผู้ตามให้ตระหนัก ถึงปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ทำให้ผู้ตามมีความต้องการหาแนวทางใหม่ ๆ มาแก้ปัญหาในหน่วยงาน เพื่อหาข้อสรุปใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่และสร้างสรรค์ โดยผู้นำมีการคิดและการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีการตั้งสมมติฐาน การเปลี่ยนกรอบ (Reframing) การมองปัญหา และการเผชิญกับ สถานการณ์เก่า ๆ ด้วยวิถีทางแบบใหม่ ๆ มีการจูงใจและสนับสนุนความคิดริเริ่มใหม่ ๆ ในการพิจารณาปัญหา และการหาคำตอบของปัญหา มีการให้กำลังใจผู้ตามให้พยายามหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ ๆ ผู้นำมีการกระตุ้นให้ ผู้ตามแสดงความคิดเห็นและเหตุผล และไม่วิจารณ์ความคิดของผู้ตาม แม้ว่ามันจะแตกต่างไปจากความคิดของผู้นำ ผู้นำทำให้ผู้ตามรู้สึกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ท้าทายและเป็นโอกาสที่ดีที่จะแก้ปัญหาร่วมกัน โดยผู้นำจะสร้างความ เชื่อมั่นให้ผู้ตามว่าปัญหาทุกอย่างต้องมีวิธีแก้ไข แม้
บางปัญหาจะมีอุปสรรคมากมาย ผู้นำจะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถ เอาชนะอุปสรรคทุกอย่างได้ จากความร่วมมือร่วมใจในการแก้ปัญหาของผู้ร่วมงานทุกคน ผู้ตามจะได้รับการกระตุ้น ให้ตั้งคำถามต่อค่านิยมของตนเอง ความเชื่อ  การกระตุ้นทางปัญญาเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนา ความสามารถของผู้ตามในการที่จะตระหนัก เข้าใจ และแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

       4. การคำนึงถึงความเป็นปัจเจกบุคคล (Individualized Consideration : IC) ผู้นำจะมีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับบุคคลในฐานะเป็นผู้นำให้การดูแลเอาใจใส่ผู้ตามเป็นรายบุคคล และทำให้ผู้ตามรู้สึกมีคุณค่าและมีความ สำคัญ ผู้นำจะเป็นโค้ช (Coach) และเป็นที่ปรึกษา (Advisor) ของผู้ตามแต่ละคนเพื่อการพัฒนาผู้ตาม ผู้นำจะเอาใจ ใส่เป็นพิเศษในความต้องการของปัจเจกบุคคลเพื่อความสัมฤทธิ์และเติบโตของผู้ตามแต่ละคน ผู้นำจะพัฒนาศักยภาพ ของผู้ตามและเพื่อนร่วมงานให้สูงขึ้น นอกจากนี้ผู้นำจะมีการปฏิบัติต่อผู้ตามโดยการให้โอกาสในการเรียนรู้ สิ่งใหม่ ๆ สร้างบรรยากาศของการให้แรงสนับสนุน คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลในด้านความจำเป็นและความ ต้องการ การประพฤติของผู้นำแสดงให้เห็นว่าเข้าใจและยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่น บางคนได้รับกำลัง ใจมากกว่า บางคนได้รับอำนาจการตัดสินใจด้วยตนเองมากกว่า บางคนมีมาตรฐานที่เคร่งครัดกว่า บางคนมีโครงสร้าง งานที่มากกว่า ผู้นำมีการส่งเสริมการสื่อสารสองทาง และมีการจัดการด้วยการเดินดูรอบ ๆ (Management by walking around) มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ตามเป็นการส่วนตัว ผู้นำสนใจความกังวลของแต่ละบุคคล เห็นปัจเจกบุคคลเป็นบุคคล ทั้งหมด (As a whole person) มากกว่าเป็นพนักงานหรือเป็นเพียงปัจจัยการผลิต ผู้นำจะมีการฟังอย่างมีประสิทธิภาพ มีการเอาใจเขามาใส่ใจเรา (Empathy) ผู้นำจะมีการมอบหมายงานเพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาผู้ตาม เปิดโอกาส ให้ผู้ตามได้ใช้ความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่และเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่ท้าทายความสามารถ ผู้นำจะดูแลผู้ตามว่าต้องการ คำแนะนำ การสนับสนุน และการช่วยให้เกิดความก้าวหน้าในการทำงานที่รับผิดชอบอยู่หรือไม่ โดยผู้ตามจะไม่รู้สึก ว่าเขากำลังถูกตรวจสอบ องค์ประกอบพฤติกรรมเฉพาะทั้ง 4 ประการ (4I) ของภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้จะมีความสัมพันธ์กัน (Intercorrelated) อย่างไรก็ตาม มีการแบ่งแยกแต่ละองค์ประกอบ เพราะเป็นแนวคิดพฤติกรรมที่มีความเฉพาะ เจาะจง และมีความสำคัญในการวินิจฉัยตามวัตถุประสงค์ต่าง ๆ

2.2 ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยน (Transactional Leadership)
        เป็นกระบวนการที่ผู้นำให้รางวัลหรือลงโทษผู้ตาม ซึ่งขึ้นอยู่กับผลการปฏิบัติงานของผู้ตาม ผู้นำใช้กระบวนการ แลกเปลี่ยนเสริมแรงตามสถานการณ์ ผู้นำจูงใจผู้ตามให้ปฏิบัติงานตามระดับที่คาดหวังไว้ ผู้นำช่วยให้ผู้ตามบรรลุ เป้าหมาย ผู้นำทำให้ผู้ตามมีความเชื่อมั่นที่จะปฏิบัติงานตามบทบาท และเห็นคุณค่าของผลลัพธ์ที่กำหนด ซึ่งผู้นำจะ ต้องรู้ถึงสิ่งที่ผู้ตามต้องการปฏิบัติเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ ผู้นำจูงใจโดยเชื่อมโยงความต้องการและรางวัลกับความ สำเร็จตามเป้าหมาย รางวัลส่วนใหญ่เป็นรางวัลภายนอก ผู้นำทำให้ผู้ตามเข้าใจในบทบาท รวมทั้งผู้นำจะตระหนักถึง ความต้องการของผู้ตาม ผู้นำจะรับรู้ว่าผู้ตามต้องทำอะไรเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย ผู้นำจะระบุบทบาทเหล่านี้และข้อกำหนด งานที่ชัดเจน ผู้นำจะรับรู้ความต้องการของผู้ตาม ผู้นำจะช่วยให้ผู้ตามระบุเป้าหมาย และเข้าใจว่าความต้องการหรือ รางวัลที่พวกเขาต้องการจะเชื่อมโยงกับความสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างไร ภาวะผู้นำแบบแลกเปลี่ยนประกอบด้วย

       1) การให้รางวัลตามสถานการณ์ (Contingent Reward : CR)
          ผู้นำจะทำให้ผู้ตามเข้าใจชัดเจนว่าต้องการให้ ผู้ตามทำอะไรหรือคาดหวังอะไรจากผู้ตาม และจากนั้นจะจัดการแลกเปลี่ยนรางวัลในรูปของคำยกย่องชมเชย ประกาศ ความดีความชอบ การจ่ายเพิ่มขึ้น ให้โบนัสเมื่อผู้ตามสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่คาดหวัง ผู้นำแบบนี้มักจูงใจ โดยให้รางวัลเป็นการตอบแทน และมักจูงใจด้วยแรงจูงใจขั้นพื้นฐานหรือแรงจูงใจภายนอก
      2) การบริหารแบบวางเฉย (Management by Exception) เป็นการบริหารงานที่ปล่อยให้เป็นไปตาม สภาพเดิม (Status Quo) ผู้นำไม่พยายามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทำงาน จะเข้าไปแทรกแซงก็ต่อเมื่อมีสิ่งผิดพลาดเกิด ขึ้น หรือการทำงานต่ำกว่ามาตรฐาน การเสริมแรงมักจะเป็นทางลบ หรือให้ข้อมูลย้อนกลับทางลบ มีการบริหารงาน โดยไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้นำจะเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต่อเมื่องานบกพร่องหรือไม่ได้มาตรฐาน การบริหารแบบ วางเฉย (เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์, 2536 : 59) แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ
                  (1) การบริหารแบบวางเฉยเชิงรุก (Active Management by Exception : MBE–A) ผู้นำจะใช้วิธีการ ทำงานแบบกันไว้  ดีกว่าแก้ ผู้นำจะคอยสังเกตผลการปฏิบัติงานของผู้ตาม และช่วยแก้ไขให้ถูกต้องเพื่อป้องกัน ความผิดพลาดหรือล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้น
                  (2) การบริหารแบบวางเฉยเชิงรับ (Passive Management by Exception : MBE–P) ผู้นำจะใช้วิธีการ ทำงานแบบเดิม และพยายามรักษาสภาพเดิม ผู้นำจะเข้าไปแทรกแซงถ้าผลการปฏิบัติงานไม่ได้มาตรฐาน หรือ มีบางอย่างผิดพลาด

2.3 ภาวะผู้นำแบบปล่อยตามสบาย (Laissez-faire Leadership)
      ผู้นำประเภทนี้เป็นผู้นำที่ปล่อยให้ผู้ตามมีอิสระและเสรีภาพเต็มที่ในการทำงาน ปล่อยให้ทำตามใจชอบ ให้ อำนาจกับผู้ตามในการตัดสินใจ และวินิจฉัยสั่งการในเรื่องต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องรอฟังคำสั่ง เปิดโอกาสให้ทุกคนใช้ เสรีภาพได้อย่างกว้างขวาง โดยที่ผู้นำไม่ต้องเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ หรือถ้าจะมีส่วนร่วม ก็เพียงเล็กน้อย ซึ่งถ้าดูแล้วก็เหมือนกับเป็นผู้นำที่ไม่ค่อยจะรับผิดชอบอะไรเลย ไม่ค่อยมีบทบาทในการควบคุมดูแล ความเป็นไปของผู้ตาม เหมือนเป็นคนที่ไม่มีหลักการหรืออุดมการณ์ในการทำงาน ไม่คำนึงหรือยึดถือหลักถือกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติ ปล่อยให้การดำเนินงาน
เป็นไปเรื่อย ๆ ไม่มีระเบียบแบบแผนในการทำงาน ไม่กล้าตัดสินใจ และแสดงความคิดเห็น ปล่อยให้เป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ตามกันเอง จะทำหน้าที่ของผู้นำก็เพียงลงนามผ่านเรื่อง เท่านั้น ดูแล้ว ไม่ผิดอะไรกับหน้าที่ไปรษณีย์
      ผลที่ได้จากการมีผู้นำแบบนี้ก็คือ การปฏิบัติงานในองค์การจะล้มเหลว ยากที่จะประสบความสำเร็จได้ เพราะ ผู้ตามขาดกำลังใจและหลักยึดในการปฏิบัติงาน การทำงานไม่เป็นระบบ ไม่มีระเบียบแบบแผน ไม่มีผลงานที่จะ สามารถบรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้

สรุปลักษณะและพฤติกรรมของผู้นำแบบปล่อยตามสบายได้ดังนี้

     1. ทำงานตามอารมณ์ ปล่อยงานตามสบาย ไม่สนใจไม่เอาใจใส่ต่องานมากนัก ไม่กำหนดวัตถุประสงค์ของ การทำงานให้แน่นอน
     2. ไม่ใช้อิทธิพล ไม่ใช้ความพยายาม ไม่กล้าใช้หน้าที่ของความเป็นผู้นำ สมาชิกอยู่กันอย่างสบายปราศจาก การควบคุมดูแล
     3. ไม่มีความคิดริเริ่ม ไม่มีส่วนร่วมในความคิดริเริ่มหรือร่วมมือในกิจกรรมต่าง ๆ หรือมีเป็นเพียงส่วนน้อย ให้ความคิดเห็นและร่วมกิจกรรมในกลุ่มน้อยมาก
     4. ไม่มีระเบียบแบบแผนที่แน่นอนในการทำงาน ไม่คำนึงถึงหลักหรือกฎเกณฑ์เท่าใดนัก ไม่มีและไม่สร้าง หลักเกณฑ์สำหรับการควบคุมดูแล
     5. ไม่มีความเชื่อมั่นในตนเอง ไม่กล้าตัดสินใจในปัญหาต่าง ๆ ทั้ง ๆ ที่มีอำนาจหน้าที่ ผู้นำไม่ค่อยได้ออก ความคิดเห็นให้สมาชิกได้บ่อยนัก เว้นแต่จะถูกซักถาม
     6. ปล่อยให้สมาชิกทุกคนทำงานทุกอย่างอย่างเสรี และตัดสินใจแก้ปัญหากันเอง ใครจะทำอะไรก็ไม่ยุ่งเกี่ยว ด้วย ถ้าจะมีส่วนร่วมบ้างก็น้อยมาก
     7. เป็นเพียงผู้นำที่คอยบริการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้สมาชิก
     8. ไม่พยายามให้มีการประเมินผล

การพัฒนาภาวะผู้นำ

      

การเป็นผู้นำที่ดีนั้นจะต้องพัฒนาตัวเอง ให้ทันสมัย ทันเหตุการณ์และนำหน้า บุคคลอื่นอยู่เสมอ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผู้ใต้บังคับบัญชาของตัวเอง การพัฒนา ภาวะผู้นำอาจทำได้ดังนี้

      1. Learn on the job คือ เรียนจากงานที่ทำ ส่วนมากเวลาเราไปศึกษา ดูงาน จากสถานศึกษามักจะดู Product (ผลงาน) มากกว่า เช่น เราไปดูโรงเรียนดีเด่น ผู้บริหารของโรงเรียนดีเด่น เรามักจะไม่ดูว่าเขาทำอย่างไรจึงได้รับ ความสำเร็จ เป็นโรงเรียนดีเด่น คือเราไม่ดูกระบวนการ (Process)หรือวิธีการ อย่าลืมว่างาน ยิ่งท้าทายมากเท่าไร คนยิ่งใช้ความพยายามมากขึ้น คนยิ่งกระตือรือร้นยิ่งขึ้น เป็นการท้าทายกระตุ้นความสามารถยิ่งขึ้น

      2. Learn from people คือ เรียนจากผู้อื่น ผู้นำต้องพร้อมที่จะเรียน พร้อมที่จะ เป็นพี่เลี้ยงที่ดี ผู้ใดที่อยู่ใน กลุ่มคนเรียนเก่งก็จะเก่งไปด้วย แต่ตรงข้าม ถ้าอยู่ ในกลุ่มของคนเรียนอ่อนก็พลอยเป็นคนเรียนอ่อนไปด้วย เหมือนคำโบราณ ที่กล่าวว่า “คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล”

      3. Learn from bosses คือ เรียนจากนาย ถ้าเราได้นายดี เราจะเรียนรู้อะไร มากมายจากนาย ตรงข้าม ถ้านายเราไม่ดี เราก็พลอยแย่ไปด้วย ผู้นำที่ดีจะต้อง เป็นนายที่ดีของลูกน้องหรือผู้ใต้บังคับบัญชาด้วย การเรียนจากบทบาท แบบ อย่าง (Roles) จะทำให้ ผู้นำพัฒนาภาวะผู้นำมากยิ่งขึ้น ผู้นำหลายคนเรียนรู้จาก ความผิดพลาดของตัวเอง ซึ่งความผิดพลาดจะกลายเป็นบทเรียนชั้นดีได้

      4. Training and Workshop คือ การฝึกอบรมและปฏิบัติการ เป็นสิ่งที่ผู้นำจะพัฒนาภาวะผู้นำของตัวเองได้ การฝึกอบรม (Training) มีอยู่ 4 รูปแบบ คือ
             4.1 New Leader คือ ผู้นำคนใหม่ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งใหม่
เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น จะต้อง มีการฝึกอบรม เช่น ผู้อำนวยการโรงเรียนจะมีการฝึกอบรมก่อนจะเข้ารับตำแหน่งเสมอ
             4.2 Management Development คือ การพัฒนาวิธีการจัดการ การฝึกอบรม
จะเน้นทักษะในการทำงาน จะต้องทำให้ดีกว่า (Do the better job) เน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะอย่าง เช่น เมื่อมีกฎ ระเบียบออกมาใหม่ จะต้องเข้าอบรมเสียก่อน จะต้องฝึกให้เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือ Specialist ผู้นำก็เช่นเดียวกัน ถ้ารู้กฎ ระเบียบ แบบแผน กฎเกณฑ์ ข้อมูลใหม่ ๆ สามารถให้คำแนะนำปรึกษาแก่ผู้ใต้ บังคับบัญชาได้
             4.3 Leadership Enhancement คือ เพิ่มพูนภาวะผู้นำหรือความเป็นผู้นำ หมายถึง ฝึกความสามารถ (Ability) ของคนเพื่อจะได้ทำในสิ่งนั้นได้
             4.4 Leadership Vitality คือ ฝึกสิ่งสำคัญของภาวะผู้นำหรือความเป็นผู้นำ หมายถึง ทุกคนรักความ ก้าวหน้า จะฝึกอย่างไรให้เขามีความก้าวหน้าเพราะ ทุกคนต้องการ

บรรณานุกรม

ทองใบ สุดชารี. ภาวะผู้นำ: กลไกขับเคลื่อนองค์การแห่งการเรียนรู้. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี,
2550.

รัตติกรณ์ จงวิศาล. ทฤษฎีภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง. (ม.ป.ท.), (ม.ป.ป.). (อัดสำเนา)
ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: อักษรเจริญทัศน์,
2530.

วิเชียร วิทยอุดม. ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์, 2550.
เศาวนิต เศาณานนท์. ความหมายของผู้นำ [ออนไลน์], 2550. แหล่งที่มา: http://www.nrru.ac.th/article/leadership/ page1.1.html [26 พฤศจิกายน 2550]

สุขุมวิทย์ ใสยโสภณ. ความหมายของผู้นำ [ออนไลน์], 2550. แหล่งที่มา: http://school.obec.go.th/sup.br3/ vision%20_4.htm [26 พฤศจิกายน 2550]

. ความหมายของผู้นำ [ออนไลน์], 2550. แหล่งที่มา: http://www.pantown.com/board.php?id=8578&name=board5&topic=139&action=view [26 พฤศจิกายน 2550]

. ความหมายผู้นำ [ออนไลน์], 2550. แหล่งที่มา: http://vdo.kku.ac.th/mediacenter/mediacenteruploads/ libs/html/1253/La1.html [26 พฤศจิกายน 2550]

เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. ภาวะผู้นำและความขัดแย้ง. กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
2536. (อัดสำเนา)

Bass, Bernard M. Leadership and Performance Beyond Expectation. New York: Free Press, 1985.

Jacobs, T.O. and Jacques, E. Military Executive Leadership. In K.E. Clarks and M.B. Clerk. (eds.),
Measures of Leadership. West Orange, NJ: Leadership Library of America, 1990.

Katz, D. and Kahn, R.M. The Social Psychology of Organizations. 2nd ed. New York: John Wiley,
1978.

Rauch, C.F. and Behling, O. Functionalism: Basis for an Alternate Approach to the Study of Leadership.
In J.G.Hunt, and others (eds.), Leaders and Managers. Elmsford, NY: Pergamon Press,
1984.

Webster’s Encyclopedic Unabridged Dictionary of the English Language. New York: (n.p.), 1989.


คลิกที่แบบทดสอบ


ที่มา :http://www.br.ac.th/E-learning/lesson2_intro.html

   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


  •  






     


    ค้นหาข้อมูลในเวบ
    Search
    สมาชิกเข้าสู่ระบบได้ที่นี่


    สมาชิกเข้าสู่ระบบ
     
    รหัสสมาชิก

    รหัสผ่าน

    สมัครสมาชิก

    ติดต่อ webmaster ที่นี่

    webblog gunrapree
    webboard gunrapree
    blogspot gunrapree
    gunrapree.blogspot
    elementary.blogspot
    hi5.com@geerapann
    Twitter@geerapann
    Google+ gunrapree
    facebook@gunrapree

    http://lnkd.in/TUZDnH #in




    อย่าท้อถอยต่อความดีงามที่ควรพึงกระทำ...
    โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการทำ Web Media ปี 2552 

ประเภทบุคคล
        
        
                            




    ksp channel FAQ

    หนังสือราชการ

    ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบข้อเขียน ทุนรัฐบาลมาเลเซีย ปี 2555

  • สำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนรัฐบาลประจำปี 2554 (ทุนสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา หรือมีสถานศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาในต่างประเทศ)
  • โครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม (สำหรับนักเรียน อายุ 16 ปีขึ้นไป)
  • ทุนฝึกอบรม IATSS Forum รุ่นที่ 50 ณ ประเทศญี่ปุ่น
  • ประกาศผลการสอบคัดเลือกนักเรียนทุนการศึกษาโรงเรียนการบินญี่ปุ่น ประจำปีการศึกษา 2555 ครั้งที่ 2
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบชิงทุน Japan Aviation Academy (JAA) เพื่อศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี (รอบที่ 2)
  • ทุน 2013 Teaching Excellence and Achievement Program (TEA)
  • เปิดรับสมัครทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2555 - 2556 สาขา Information Science and Technology ณ University for Information Technology "St. Paul the Apostle (UIST) เมือง Ohrid สาธารณรัฐมาซิโดเนีย
  • รับสมัครทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเพื่อศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประจำปี ๒๕๕๕ หมดเขตวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕
  • ทุนคุรุทายาทครูสอนภาษาจีนโรงเรียนเอกชน
  • ตลาดน้ำวัดลำพญา ต้นแบบเรียนรู้"บวร"
  • ศธ.เล็ง2แนวทางดูแล-หนุนรมต.ใช้วิธีสแกนนิ้ว ครูเอกชนเฮเข้าร.พ.ไม่ต้องจ่ายเงิน
  • สทศ.ประกาศผลสอบโอเน็ต ม.6 แล้ว เด็กทำคะแนนมากขึ้น 3 วิชา ลดลง 5
  • การเสนอชื่อบุคคล/หน่วยงานสมัครเข้ารับรางวัล Wenhui Award ด้านนวัตกรรมทางการศึกษา ประจำปี ๒๕๕๕ (Wenhui Award for Educationnal Innovation 2012)
  • คุรุสภา แจงมาตรา44 ออกใบวิชาชีพครู
  • ไทยรับรู้อาเซียนด้อยกว่าชาติอื่น ศธ.เร่งพัฒนาศักยภาพเด็ก3ด้านชิงเป็นผู้นำ
  • นักเรียนยืนยันสิทธิ์รับตรงขาดเกือบหมื่น
  • ครูพันธุ์ใหม่ได้อัตราบรรจุ30%
  • ชงครม.จัดซื้อ"แท็บเล็ต"แบบลงนามเอ็มโอยู
  • เหน็บ!เงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็ก
  • ประกาศ

    ---------------

    เรื่อง จัดทำข้อมูลเงินเดือนผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในระบบ PSIS ให้เป็นปัจจุบัน

    ตามที่ สช. ได้ปรับฐานอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554 ซึ่งรวมเงินอุดหนุนสมทบเงินเดือนครูเพิ่ม 5 %ในระบบ PSIS เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือนมีนาคม 2555
    ดังนั้น โรงเรียนที่ยังไม่ได้ปรับเพิ่มเงินเดือนครูอัตราร้อยละ 5 ในระบบ PSIS ขอให้ดำเนินการปรับเพิ่มข้อมูลเงินเดือน ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ภายในวันที่ 25 มีนาคม 2555 เพื่อ สช.จะได้จัดทำข้อมูลประกอบการเสนอของบประมาณการปรับเพิ่มอัตราค่าใช้เงินอุดหนุนรายบุคคล และการปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรีให้ได้รับเดือนละ 15,000 บาท


    - รายละเอียดเพิ่มเติม -

    1. ตารางอัตราเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน (ปรับเพิ่มเงินเดือนในอัตราร้อยละ 5)

    2. ตารางแสดงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่


  • ♥ ¸. • * '¯) ♥ ¸. •*' ¯)

    สถิติผู้เยี่ยมชม

    (¯ `* •. ¸ ♥ (¯` * •. ¸ ♥ (¯` * •. ¸ ♥(¯` * •. ¸ ♥(¯` ♥

      สถิติวันนี้ 52 คน
      สถิติเมื่อวาน 204 คน
      สถิติเดือนนี้
     สถิติปีนี้
     สถิติทั้งหมด
    4407 คน
    21151 คน
    30477975 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-11-07


    อากาศวันนี้


    ดาวเทียม                          กรมตุนิยมทยา
    สภาพอากาศและฝนในช่วงต้นฤดูฝน 2555
    แผ่นดินไหว SOUTH OF JAVA,
    INDONESIAขนาด 4.4 ริกเตอร์
    เรดาร์ตรวจอากาศ เรดาร์ตรวจอากาศ
    ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายดาวเทียม
    วิเคราะห์ภาพดาวเทียม วิเคราะห์ภาพดาวเทียม
    แผนที่อากาศ แผนที่อากาศ
    สถานีวัดฝนอัตโนมัติ สถานีวัดฝนอัตโนมัติ
    สถานีตรวจอากาศอัตโนมัติ ข้อมูล AWS
    NWP Model NWP Model
    GIS GIS
    เตือนภัย เตือนภัย
    เส้นทางเดินพายุ เส้นทางเดินพายุ
    รายงานแผ่นดินไหว รายงานแผ่นดินไหว