ร่วมแลกเปลี่ยนผลงานทางการศึกษา

ขอเชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันค่ะ .!

เทิดไท้พระภูมี แปดสิบสี่พระพรรษา ดวงใจของไพร่ฟ้า "พระราชาแห่งราชันย์" พระยศก้องเกรียงไกร สถิตในทุกชนชั้น สมนามองค์เทวัญ จากสวรรค์วิมานฟ้า น้อมเกล้าอัญชุลี พระภูมีกษัตรา เทิดไว้ในบูชา ผองไพร่ฟ้าประชาไทย ศิระน้อมประณต แทบจรดเหนือเกล้าไว้ ถวายพระพรชัย พระองค์ทรงพระเจริญ
 

ความหมายของผู้นำ

The definition of leadership.

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับผู้นำ

โปรดอ่านแนวคิด วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ แล้วจึงศึกษาเนื้อหาและทำแบบประเมิน
ตนเองตามลำดับ

แนวคิด

            1. ผู้นำ คือ บุคคลที่ได้รับคัดเลือกจากกลุ่มให้เป็นหัวหน้า เป็นศูนย์กลาง
เป็นผู้กำหนดเป้าหมาย ประพฤติปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบทบาท และขณะเดียวกันก็สามารถทำให้สมาชิกภายในกลุ่มปฏิบัติร่วมกัน มีความสมัครสมานสามัคคี งานบรรลุ
ผลสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
            2. ผู้นำที่ดีจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ดีมากมายหลายประการ ได้แก่ เป็นผู้มีชีวิตชีวา มีความเฉลียวฉลาดไหวพริบดี มีความรอบรู้ ทันโลกทันเหตุการณ์ รับผิดชอบ มีความสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วและถูกต้อง และเป็นผู้ที่มีความอดทน เต็มเปี่ยมด้วยพลัง
            3. ผู้นำเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จจากกลุ่มอย่างมาก บทบาทหน้าที่ของผู้นำในการทำงานเป็นกลุ่ม ได้แก่ เป็นผู้รักษาหรือประสานให้สมาชิกในกลุ่มอยู่ร่วมกัน เป็นผู้ปฏิบัติภารกิจของกลุ่มให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป็นผู้อำนวยให้เกิดการคิดก่อสัมพันธ์ภายในกลุ่ม

วัตถุประสงค์

            หลังจากศึกษาบทนี้แล้ว ท่านสามารถบอกและอธิบายหัวข้อต่อไปนี้ได้
            1. ความหมายของผู้นำ
            2. คุณสมบัติของผู้นำ
            3. คุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
            4. บทบาทหน้าที่ของผู้นำ

 

เนื้อหาสาระ

            1. ความหมายของผู้นำ
            2. คุณสมบัติของผู้นำ
            3. คุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
            4. บทบาทหน้าที่ของผู้นำ


         ความหมายของผู้นำ

         นักบริหาร (Administrator) กับผู้นำ (Leader) ถ้าวิเคราะห์แล้ว  จะมีความแตกต่าง กันอยู่บ้าง กล่าวคือ นักบริหารมักจะเป็นบุคคลที่มีตำแหน่งเป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ได้รับแต่งตั้งหรือเลือกตั้งขึ้นมาให้เป็น ถ้านักบริหารที่ได้รับการคัดเลือก แต่งตั้ง หรือเลือกตั้งอย่างมีเกณฑ์ และอยู่ในระบบคุณธรรมแล้ว ก็จะมีคุณสมบัติของ ผู้นำมาเป็นเกณฑ์วัดอยู่ด้วยเสมอ แต่ในสภาพปัจจุบันของประเทศเรา ที่ยังมี ระบบเส้นสาย ครอบครัว และ
พรรคพวก ซึ่งมีอิทธิพลในการเลือกตั้งหรือคัดเลือก แฝงอยู่ เราจึงได้นักบริหารที่เป็นเสมือนหนึ่ง  “หัวหน้างาน” (Headship) ไม่ใช่ผู้นำ (Leadership) ในการบริหารงานปะปนอยู่บ้าง ส่วน “ผู้นำ” จะเป็นผู้ที่มีอิทธิพล เหมือนคนอื่น ๆ ในการปฏิบัติงานในทางที่ดี โดยมีกลุ่มช่วยกันกำหนดวัตถุประสงค์ ของหน่วยงานขึ้น “ผู้นำ”อาจเป็นบุคคลที่อยู่ในตำแหน่งบริหารหรือไม่มี ตำแหน่ง ก็ได้ แต่เป็นคนที่สามารถจูงใจให้คนร่วมมือปฏิบัติงาน มีศรัทธาและเชื่อถือใน ความสามารถ ดังนั้น นักบริหารและผู้นำอาจจะเป็นคนคนเดียวกันก็ได้ หรือจะเป็นคนละคนก็ได้ แต่อย่างไรก็ตาม นักบริหารที่ดีมักจะมีคุณสมบัติ และลักษณะของผู้นำอยู่ด้วยเสมอ
       คำว่า “ผู้นำ” ได้มีผู้อธิบายให้ความหมายไว้มากมาย แต่เมื่อประมวลดูแล้ว จะพบว่ามีความคล้ายคลึงใกล้เคียงกันทั้งสิ้น ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า ผู้นำ หมายถึง บุคคลใดก็ตามที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มหรือสังคมในลักษณะใด ลักษณะหนึ่ง ให้เป็นผู้นำกลุ่มไปสู่เป้าหมาย หรือความต้องการของกลุ่ม
       การยอมรับจากกลุ่มหรือสังคมที่มีต่อผู้นำนั้นอาจเกิดขึ้นได้ในลักษณะต่าง ๆ กัน 
ดังต่อไปนี้ 
       1. การยอมรับในลักษณะที่เป็นการสืบทอด เช่นการได้รับตำแหน่งตกทอดมาจาก บรรพบุรุษ หรือผู้ที่เป็นที่เคารพนับถือของกลุ่มหรือสังคมนั้นมาก่อน เรียกผู้นำ ที่ได้รับการยอมรับในลักษณะนี้ว่า “ผู้นำตกทอด” (Hereditary Leader)
       2. การยอมรับในลักษณะที่เป็นทางการ เช่น การได้รับการแต่งตั้งหรือได้รับการ
เลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากมีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำ เรียกผู้นำ ที่ได้รับการยอมรับในลักษณะนี้ว่า “ผู้นำอย่างเป็นทางการ” (Legal Leader)
       3. การยอมรับในลักษณะที่เป็นไปตามธรรมชาติ เช่น การที่สมาชิกกลุ่มยอมรับสภาพการเป็นผู้นำของบุคคล ใดบุคคลหนึ่งให้เป็นผู้นำกลุ่มไปสู่ เป้าหมายอย่าง ไม่เป็นทางการ และผู้นำก็ปฏิบัติไปตามธรรมชาติ ไม่ได้มีการ ตกลงกันแต่ ประการใด เรียกผู้นำที่ได้รับการยอมรับในลักษณะนี้ว่า “ผู้นำตามธรรมชาติ” (Natural Leader)
       4. การยอมรับในลักษณะที่เป็นเพราะความศรัทธา ทั้งนี้เนื่องจากมีความเคารพ เชื่อถือเพราะบุคคลนั้นมี คุณสมบัติพิเศษที่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม เรียกผู้นำ ที่ได้รับการยอมรับในลักษณะนี้ว่า “ผู้นำลักษณะพิเศษ” หรือ “ผู้นำโดยอำนาจบารมี” (Charismatic Leader)
       5. การยอมรับในลักษณะที่เป็นเพราะบุคคลนั้นอยู่ในตำแหน่งหรือฐานะ อันเป็นที่เคารพยกย่อง ของคนทั้งหลาย เรียกผู้นำที่ได้รับการยอมรับในลักษณะนี้ว่า “ผู้นำสัญลักษณ์” (Symbolic Leader)
 

    คุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
 
  ผู้นำที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มจะสามารถทำหน้าที่ผู้นำได้ดีเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผู้นำว่า เหมาะสมกับกรณีเพียงใด แต่โดยทั่วไปแล้ว เมื่อกล่าวถึงผู้นำ
คนทั่่วไปจะคิดถึงว่าต้องมีคุณสมบัติที่เหมาะสม กับการเป็นผู้นำที่ดี ซึ่งมีผู้กล่าวไว้ เช่น ออร์ดเวย์ ทีด (Ordway Tead อ้างถึงใน สุทัศนา มุขประภาต, 2545)
กล่าวว่า ผู้นำที่ดีควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
      1. มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ
      2. มีความเข้าใจในวัตถุประสงค์และความมุ่งหมายของงาน
      3. มีความเข้าใจในด้านมนุษยสัมพันธ์
      4. มีความกระตือรือร้น
      5. มีความสามารถในการตัดสินใจและตกลงใจ
      6. มีความฉลาด
      7. มีความเชื่อมั่นในตนเอง 
      นอกจากนั้น คุณสมบัติของผู้นำที่ดียังมีอีกหลายประการ ได้แก่ ผู้นำที่ดีควรเป็นผู้มีความรู้ ความคิดริเริ่ม ความกล้าหาญ ความเด็ดขาด ความแนบเนียน ความยุติธรรม มีลักษณะท่าทางที่ดี มีความอดทน มีความกระตือรือร้น ไม่เห็นแก่ตัว มีดุลพินิจที่ดี มีความสงบเสงี่ยม มีความเห็นอกเห็นใจ มีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ มีสังคมดี
และสามารถควบคุมตนเองได้
      จะเห็นได้ว่า ผู้นำที่ดีนั้นจำเป็นต้องมีคุณสมบัติที่ดีมากมายหลายประการ ซึ่งยากที่จะหาได้ครบถ้วนในบุคคล คนเดียว แต่อย่างไรก็ตาม มีบุคคลจำนวนหนึ่งมีคุณสมบัติดังกล่าวในตัวเองตามธรรมชาติ ไม่ต้องได้รับการฝึกฝน เป็นพิเศษ ซึ่งถือว่าผู้นำแบบนี้เป็นผู้นำที่ดีตามธรรมชาติ บางทีเรียกว่า เป็นผู้นำโดยกำเนิด แต่ก็มีจำนวนน้อยมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการของกลุ่มหรือสังคม จึงต้องมีการฝึกฝนเพื่อให้เกิดผู้นำที่มีคุณสมบัติดังกล่าวขึ้นมา นับว่าโชคดีที่เรื่องคุณสมบัติของการเป็นผู้นำที่ดีนั้นเป็นเรื่องของทักษะที่สามารถฝึกฝนพัฒนาให้เกิดมีขึ้นได้ในตัวบุคคล ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ตามที่มีความต้องการจะพัฒนาตนเองให้มีคุณลักษณะของการเป็นผู้นำที่ดี ก็ย่อมจะสามารถทำได้ ด้วยการฝึกฝน
ให้เกิดขึ้น
      ผู้นำที่มีหน้าที่ในการเป็นผู้นำกลุ่มเพื่อให้บรรลุเป้าหมายผู้นำประเภทนี้จึงควรมีคุณสมบัติดังนี้
      1. เป็นผู้ที่มีความอดทนและมีชีวิตชีวา ซึ่งย่อมหมายถึงต้องมีสุขภาพอนามัยดีทั้งด้านร่างกายและจิตใจ มีอารมณ์ แจ่มใสร่าเริง มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสร่าเริง มีอารมณ์ขันที่
พอเหมาะพอดี มีความคล่องตัว กระฉับกระเฉง มีความ อดทนต่อความยากลำบากในการประกอบการงาน ไม่ทอดทิ้งงาน มีความอดทนอดกลั้น สงบเสงี่ยมต่อปฏิกิริยา ของสมาชิกในกลุ่ม ควบคุมอารมณ์ได้อย่างดี มีการผ่อนคลายความตึงเครียดของอารมณ์
       2. เป็นผู้ที่มีความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหา ในการที่จะเป็นผู้มีความสามารถในการตัดสินใจและ แก้ปัญหาต่าง ๆ ได้นั้น ผู้นำก็จะต้องมีคุณลักษณะอื่นประกอบด้วย เช่น มีความรู้ ประสบการณ์ มีข้อมูลที่ทันสมัย และแม่นตรง มีทักษะและมีสมรรถภาพจึงจะสามารถตัดสินใจแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ นอกจากนี้ ต้องมีความมั่นใจประกอบด้วยความเด็ดขาดฉับพลัน แต่รอบคอบ
       3. มีความสามารถในการจูงใจ ในการจูงใจคนนั้น มีความมุ่งหมายที่จะจูงใจให้ทำงาน ให้มีความสัมพันธ์สามัคคีกันในกลุ่ม และจูงใจให้มีความประนีประนอมกันได้เมื่อเกิดปัญหา การจูงใจคนนั้นเป็นสิ่งที่ต้องใช้ศิลปะและความเชี่ยวชาญ ประกอบด้วยความสามารถหลายประการ ดังนี้
         3.1 ความสามารถในการใช้คำพูดจูงใจ ซึ่งประกอบด้วยน้ำเสียงที่น่าฟัง น่าเชื่อถือ ไม่ข่มขู่ นุ่มนวล ชวนให้เกิดความสนใจและยินดีรับฟัง ใช้ภาษาเรียบง่ายเหมาะสมกับบุคคลและเหตุการณ์ ท่าทางประกอบคำพูด นุ่มนวล สุภาพ เห็นจริงเห็นจัง
         3.2 การใช้เหตุผล ต้องแสดงถึงเหตุและผล ข้อดีและข้อเสีย ความถูกต้องและ
ความผิด ข้อความจริง และข้อความเท็จได้อย่างละเอียดชัดเจน พร้อมทั้งยกตัวอย่าง
         3.3 รักษาอารมณ์ ต้องควบคุมอารมณ์ อย่ามีอารมณ์เครียด มีอารมณ์ขันบ้าง และมีอารมณ์ร่วมกับผู้ฟัง สร้างลักษณะความเห็นอกเห็นใจ
         3.4 การใช้หลักฐานอ้างอิง สามารถยกเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่รู้กันทั่วไป ยกตัวอย่างบุคคล ตำรา หลักศาสนา สถานที่ เหตุการณ์ให้ชัดเจน ชี้จุดต่าง ๆ ให้เห็นตามหลักฐานที่อ้างอิง
         3.5 ยึดถือหลักธรรมในการจูงใจคน เช่น
– การให้ความเคารพนับถือซึ่งกันและกัน
– การให้ความจริงใจโดยไม่ปิดบัง
– เป็นผู้มีความรู้ดี รู้แจ้งชัดเจน
– เป็นผู้ปฏิบัติดี เป็นตัวอย่างที่ดี
– ให้ผู้อื่นเต็มใจปฏิบัติ ไม่ขู่เข็ญบังคับให้ปฏิบัติ
      4. เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ สิ่งนี้ถือว่าเป็นสำนึกของผู้นำ ต้องตระหนักดีถึงตำแหน่งหน้าที่บทบาทของตน รู้ว่าสิ่งใดควรปฏิบัติ สิ่งใดไม่ควรปฏิบัติ ต้องประกอบด้วยคุณธรรมสูงส่ง ยอมรับผลสะท้อนกลับที่เกิดขึ้นจาก การกระทำทุกด้านไม่ว่าทางดีหรือทางเสีย ยอมรับฟังคำแนะนำและคำตำหนิด้วยความสงบ และพร้อมที่จะแก้ไขปัญหา ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ประการสำคัญต้องคำนึงถึงความอยู่รอดของกลุ่มมากกว่าความอยู่รอดของตนเอง
      5. เป็นผู้ที่มีความเฉลียวฉลาด สิ่งนี้เป็นคุณสมบัติที่จำเป็นของผู้นำ เพราะการนำกลุ่มให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ของกลุ่มได้ดีนั้น ต้องใช้ยุทธวิธีที่เฉลียวฉลาดมาก ดังนั้น โดยทั่วไปแล้ว ผู้นำควรจะมีสติปัญญาสูง มีความรู้ทันโลก ทันสมัย เป็นพหูสูต และต้องรอบคอบเฉพาะกรณี กล่าวคือ ผู้เป็นหัวหน้ากำลังทำงานสิ่งใดอยู่ต้องรู้นโยบาย แผนงาน
กระบวนการ การแก้ปัญหา ความในใจของบุคคลในกลุ่มงานนั้น และจะต้องมีความคิดริเริ่มไม่อยู่กับที่ อย่างไรก็ตาม ลักษณะบางประการที่ผู้นำที่ดีควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
      1.ตั้งกำแพงขวางกั้นระหว่างผู้นำกับผู้ร่วมงานโดยแยกออกจากกันอย่างเกิน
ความจำเป็น เช่น ให้ติดต่อ ผ่านเลขานุการ ใช้ระบบราชการจัด มีห้องสำนักงานเป็นพิเศษ ฯลฯ ก่อให้เกิดความห่างเหิน ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ร่วมงาน
      2. ใช้คนเหมือนเครื่องจักร โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้ถูกใช้ว่าเป็นอย่างไร ถือว่าตนมีอำนาจก็ใช้ก็สั่ง ไม่สร้างมนุษยสัมพันธ์อันดี ใช้วาจาคำสั่งที่แสดงอำนาจ ไม่มี
การบำรุงน้ำใจ
      3. กระทำการสิ่งใดก็เอาแต่ใจตนเอง ไม่สำรวจผลที่เกิดมา ไม่รับฟังผลสะท้อนกลับ มีความรู้สึกว่าตนเองถูกอยู่เสมอ ดื้อรั้น เห็นตัวเองสำคัญที่สุด ไม่ฟังคำแนะนำจากใคร
      4. หลงตัวเอง ติดแน่นอยู่กับตำแหน่ง รู้สึกตลอดเวลาว่าตนเป็นผู้นำเมื่อติดต่อกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ร่วมงาน และจะแสดงออกในลักษณะที่เป็นหัวหน้า มีอำนาจ จะยกย่องแต่ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเท่านั้น แต่จะวางตัวปั้นปึ่งกับผู้ร่วมงาน
      5. ใช้ภาษาพิเศษ มักใช้คำศัพท์ยาก ๆ ที่สร้างขึ้นมา ใช้คำย่อ ใช้ภาษาที่คนธรรมดาทั่วไปไม่เข้าใจ พูดอ้อมค้อมไม่ตรงจุด
      6. ไม่ฟังการคัดค้าน เป็นคนดื้อรั้น มีทิฐิสูง ทนไม่ได้ต่อการไม่เห็นด้วยของผู้ร่วมงาน โกรธมากถ้ามีผู้คัดค้าน และจะไม่รีรอต่อการทำลายผู้ที่ไม่เห็นด้วยทุกวิถีทาง หรือจะไม่ยอมให้ร่วมทำงาน
      7. เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก ปากหวานก้นเปรี้ยว ทำทีเป็นเมตตากรุณาอ่อนหวาน เป็นคนปากปราศรัย ใจเชือดคอ
      8. เมื่อเกิดปัญหาใด ๆ ขึ้น หรือต้องการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เมื่อไม่สามารถชักจูงหรือชี้แจงให้ปฏิบัติตามก็มักจะอ้างระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับ ข้อตกลง เน้นระเบียบกฎเกณฑ์
แบบแผน อ้างถึงข้อตกลง หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนแปลงใด ๆ แม้ว่าจะเป็นผลดีและมีประโยชน์
      9. ทำตัวเป็นผู้พิพากษา จะตัดสินประเมินค่าทันที เช่น กล่าวว่าผิดหรือถูก รับหรือไม่รับ ดีหรือเลว ไม่คิด พิจารณาหรือฟังหูไว้หู อาจกล่าวโทษผู้ร่วมงานโดยไม่สืบสวนให้แน่นอน
     10. ชื่นชมยินดีกับความไม่จริงใจของผู้อยู่ร่วมงาน ชอบการยกยอชื่นชอบกับผู้ที่แสดงว่าเห็นด้วย ทั้งที่ใจจริง แล้วไม่เห็นด้วย ชอบคนประจบสอพลอ ชอบคนทำตัวประเภทเป็น “เงา” ติดหน้าตามหลัง ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้
     11. รุนแรงเมื่อมีความคับข้องใจ จะทำงานอย่างเต็มที่ จมอยู่กับงาน ใช้พลังทั้งหมดในการแก้ปัญหา อารมณ์รุนแรง เจ้าคิดเจ้าแค้น ทำลายสิ่งที่ขวางกั้น
     12. ปฏิเสธจุดอ่อนของตนเอง มีปมด้อย มีจุดอ่อนในตนเอง เช่น ต้องการความรัก
ความอบอุ่น เพราะขาดความสุขในครอบครัว แต่ก็ปฏิเสธที่จะยอมรับในสิ่งนั้น ไม่ยอมป้องกันตนเอง และไม่แก้ความขัดแย้งในตนเอง
 

    
ลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
 
 คุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยทั่ว ๆ ไปจะเป็นดังนี้ (เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์, 2536 : 62 อ้างถึง ใน Tichy and Devanna, 1986 : 19–32)
     1. เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) จะเปลี่ยนองค์การที่ตนเองรับผิดชอบ
ไปสู่เป้าหมายที่ดีกว่า คล้ายกับผู้ฝึกสอนหรือโค้ชนักกีฬาที่ต้องรับผิดชอบทีมที่ไม่เคยชนะใครเลย ต้องมีการเปลี่ยนเป้าหมายเพื่อความ เป็นผู้ชนะ และต้องสร้างแรงบันดาลใจให้ลูกทีมเล่นให้ดีที่สุดเพื่อชัยชนะ
     2. เป็นคนกล้าและเปิดเผย เป็นคนที่ต้องเสี่ยงแต่มีความสุขุม และมีจุดยืนของตนเอง กล้าเผชิญหน้ากับ ความจริง กล้าเปิดเผยความจริง
     3. เชื่อมั่นในคนอื่น ผู้นำการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เผด็จการแต่มีอำนาจ และสนใจคนอื่น ๆ มีการทำงานโดยมอบ อำนาจให้คนอื่นทำโดยเชื่อว่าคนอื่นก็มีความสามารถ
     4. ใช้คุณค่าเป็นแรงผลักดัน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้จะชี้นำให้ผู้ตามตระหนักถึงคุณค่าของเป้าหมาย และ สร้างแรงผลักดันในการปฏิบัติงานเพื่อบรรลุเป้าหมายที่มีคุณค่า
     5. เป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้นำการเปลี่ยนแปลงนี้จะนึกถึงสิ่งที่ตนเคยทำผิดพลาด
ในฐานะที่เป็นบทเรียน และจะพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาตนเองตลอดเวลา
     6. มีความสามารถที่จะเผชิญกับความสลับซับซ้อน ความคลุมเครือ และ
ความไม่แน่นอน ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะมีความสามารถในการเผชิญปัญหาที่
เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
     7. เป็นผู้มองการณ์ไกล ผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะมีความสามารถในการมองการณ์ไกล สามารถที่จะนำ ความหวัง ความฝันมาทำให้เป็นความจริงได้
     มิเชล ฟูลแลน (Micheal Fullan, 2006 : 42) ได้กล่าวถึงความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงไว้ว่า ควรรู้จัก การบริหารความสัมพันธ์ (Relationship Management) ในด้านต่อไปนี้
     1. การสร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational) ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจเป็นผู้ชี้นำ
และทำให้คนเห็นตามวิสัยทัศน์ หรือภารกิจที่มีร่วมกัน สื่อสารภารกิจร่วมกันโดยวิธีการ
ที่ทำให้เกิดแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นทำตามได้ กำหนดเป้าหมาย ร่วมกันที่อยู่เหนือขึ้นไปจากงานที่ทำในหน้าที่แต่ละวัน ทำให้งานที่ทำมีความน่าตื่นเต้นมากขึ้น
     2. การมีอิทธิพลต่อผู้อื่น (Influence) ตัวบ่งชี้ผู้นำที่มีอิทธิพลเห็นได้ตั้งแต่การรู้ว่าจะใช้วิธีใดในการดึงดูดใจ ผู้ฟังไปจนถึงรู้ว่าจะดึงบุคคลสำคัญเข้ามาร่วมกลุ่มและการสร้าง
เครือข่ายในการช่วยเหลือสนับสนุนเมื่อเกิดความคิดริเริ่ม และรู้จักหว่านล้อมชักจูงและ
ทำให้คนคล้อยตามได้
     3. การพัฒนาผู้อื่น (Developing Others) ผู้นำที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนา
ความสามารถของผู้อื่นได้จะ แสดงความสนใจอย่างแท้จริงในตัวคนที่เขาช่วย เข้าใจ
เป้าหมาย จุดแข็งและจุดอ่อนของเขา สามารถให้ผลสะท้อนกลับที่สร้างสรรค์และรู้เท่าทันความเป็นไปได้
     4. การเป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลง (Change Catalyst) ผู้นำที่ทำให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วจะสามารถรู้ได้ถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง ท้าทายสภาพที่เป็นอยู่เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นเลิศ เป็นปากเสียงที่เข้มแข็ง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแม้จะมีฝ่ายตรงข้ามคอยคัดค้าน โดยให้เหตุผลที่คนต้านทานได้ยาก
มาแย้ง มีวิธีการปฏิบัติที่จะเอาชนะอุปสรรคที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง
     5. การบริหารจัดการความขัดแย้ง (Conflict Management) ผู้นำที่สามารถจัดการกับปัญหาความขัดแย้งได้ดีคือผู้ที่ทำให้ทุกฝ่ายกล้าแสดงความคิดของตนเอง เข้าใจมุมมองที่แตกต่างของแต่ละฝ่าย และหาทางออกที่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันได้ เผชิญหน้ากับ
ข้อขัดแย้งที่ปรากฏ และรับรู้ความรู้สึกและความคิดเห็นจากทุกด้านและปรับทัศนคติให้เป็นไปในทิศทางที่มาจากการตกลงร่วมกัน
     6. การสร้างพันธะความผูกพัน (Building Bonds) ผู้นำที่มีประสิทธิภาพต้องรู้จักสร้างสายใยแห่งสายสัมพันธ์ เข้าใจในความแตกต่างของแต่ละบุคคล สร้างความเชื่อถือและความไว้วางใจ รวมทั้งความปรองดองกันภายในองค์การ และกับผู้ร่วมงานจากภายนอกและเครือข่าย
     7. การทำงานร่วมกันเป็นทีมและความร่วมมือกัน (Teamwork and Collaboration) ผู้นำที่ดีต้องรู้จักการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างบรรยากาศของการมีอำนาจระหว่างเพื่อนร่วมงานที่เป็นมิตร เป็นแม่แบบของการให้ความเคารพ การช่วยเหลือกัน และการร่วมมือกัน สามารถชักจูงผู้อื่นให้เข้าร่วมทำงานอย่างกระตือรือร้น กระฉับกระเฉงเพื่อความพยายามในระดับกลุ่ม และสร้างสปิริตและเอกลักษณ์ของกลุ่ม ใช้เวลาในการหล่อหลอมและ
ผนึกความ สัมพันธ์เข้าด้วยกัน ให้ไปไกลเกินกว่าที่ภาระหน้าที่ในการทำงานได้กำหนดไว้
 

  บทบาทหน้าที่ของผู้นำ
 
   ผู้นำเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จของกลุ่มเป็นอย่างมาก ผู้นำที่มีคุณสมบัติที่ดีและปฏิบัติ ตามบทบาทหน้าที่ได้เหมาะสม ก็ย่อมจะสามารถพากลุ่มให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในเรื่องบทบาท หน้าที่ของผู้นำในการทำงานเป็นกลุ่มนั้น ได้มี
ผู้เสนอไว้แตกต่างกันไปบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะคล้ายคลึงกันในสาระสำคัญ เครช ครัตช์ฟิลด์ และบัลลัคชี (Krech, Crutchfield and Ballachey อ้างถึงใน วิเชียร วิทยอุดม, 2550 : 32) ได้กล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของผู้นำในการทำงานเป็นกลุ่มไว้กว้าง ๆ เป็น 2 ลักษณะ คือ
     1. หน้าที่หลัก ได้แก่ หน้าที่ทางด้านการบริหารงาน วางแผนงาน วางนโยบาย
เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นตัวแทนของกลุ่มต่อบุคคลภายนอก เป็นผู้ให้รางวัลและลงโทษ
เป็นผู้ประนีประนอมและตัดสิน และเป็นผู้ควบคุมความสัมพันธ์ภายในกลุ่ม
     2. หน้าที่รอง ได้แก่ หน้าที่ทางด้านการเป็นตัวอย่างที่ดีแก่กลุ่ม เป็นตัวแทนรับผิดชอบ และเป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม เป็นนักอุดมคติ เป็นบิดาของกลุ่ม เป็นผู้ให้คำปรึกษา และเป็นแพะรับบาปเมื่อมีการดำเนินงานผิดพลาดบทบาทหน้าที่ของผู้นำในการทำงานเป็นกลุ่ม โดยจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ คือ
     1. บทบาทเกี่ยวกับการทำงาน (Task Function) ได้แก่ บทบาทของผู้นำในการที่จะนำกลุ่มให้สามารถทำงานตามที่กลุ่มต้องการ ให้เป็นผลสำเร็จตามเป้าหมายได้ มีรายละเอียดดังนี้
        1.1 ทำความเข้าใจในจุดมุ่งหมายของการทำงานและช่วยให้ผู้ร่วมงานได้มี
ความเข้าใจในจุดมุ่งหมายของ การทำงานตรงกัน
        1.2 วางแผนงานและขั้นตอนในการทำงานร่วมกับผู้ร่วมงาน
        1.3 แบ่งงานและมอบหมายงานให้ผู้ร่วมงานอย่างเหมาะสม
        1.4 ริเริ่มความคิดใหม่ ๆ ให้กับกลุ่ม หรือกระตุ้นกลุ่มให้ริเริ่มความคิดใหม่ ๆ
        1.5 ให้ข้อมูลความคิดเห็นหรือแสวงหาข้อมูลความคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์
ต่อการทำงาน
        1.6 ช่วยให้กลุ่มมีความเข้าใจตรงกันในข้อมูลหรือประเด็นต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการบรรลุผลสำเร็จของงาน
        1.7 ช่วยประสานความคิด ข้อมูลของผู้ร่วมงานให้เกิดประโยชน์ต่อการบรรลุเป้าหมายของงาน
        1.8 ช่วยขจัดปัญหาต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย
        1.9 ติดตามงาน ประเมินผลงาน สรุปผลงานเป็นระยะ ๆ และแจ้งให้ผู้ร่วมงานทราบ
        1.10ควบคุมมาตรฐานของผลงานของกลุ่ม
        1.11ประเมินผลงานเมื่องานสำเร็จและปรับปรุงงานเมื่อยังได้งานไม่เป็นที่พอใจของกลุ่ม
      2. บทบาทเกี่ยวกับการรวมกลุ่ม (Maintenance Function) ได้แก่ บทบาทของผู้นำ
ในการช่วยให้กลุ่มมีกำลังใจ มีความพึงพอใจที่จะทำงานร่วมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจนสามารถทำงานได้สำเร็จ ไม่แตกแยกกันไปเสียก่อน มีรายละเอียด คือ
        2.1 จัดระเบียบและควบคุมระเบียบของกลุ่ม เพื่อช่วยให้ทุกคนได้มีโอกาส
ทัดเทียมกันในการแสดงความคิดเห็นหรือการทำงาน ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปโดยเรียบร้อย ไม่ชุลมุนวุ่นวาย ทำให้กลุ่มสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น ไม่แตกแยกกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย
        2.2 ดูแลเอาใจใส่สมาชิกกลุ่ม ให้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น หรือแสดงความสามารถอย่างทั่วถึงเพื่อช่วยให้ทุกคนรู้สึกว่าตนเองเป็นคนที่มีคุณค่า มีประโยชน์ต่อกลุ่ม
เกิดความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม มีความรักและความพอใจที่จะช่วยเหลือกลุ่มอย่างเต็มความสามารถ
        2.3 รับฟังและพิจารณาความคิดเห็นของสมาชิกกลุ่มอย่างทั่วถึง การที่ผู้นำรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกทุกคนและนำมาพิจารณา ไม่ละทิ้งไปเฉย ๆ จะทำให้ผู้ที่เสนอความคิดเกิดความพอใจและมีความต้องการที่จะช่วยเหลือกลุ่มให้มากขึ้น
        2.4 ช่วยทำความกระจ่างให้แก่กลุ่มในเรื่องของการสื่อความหมาย ในการทำงาน
ทุกครั้งกลุ่มมักจะประสบปัญหาอันเนื่องมาจากความเข้าใจไม่ตรงกัน ซึ่งเป็นปัญหาของการสื่อความหมาย ความเข้าใจที่ไม่ตรงกันนี้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดความขัดแย้ง เกิดความรู้สึกขุ่นข้องหมองใจอันอาจลุกลามใหญ่โต เกิดความแตกแยกในกลุ่มงานได้
        2.5 สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตรให้เกิดขึ้นในกลุ่ม บรรยากาศที่ดีเป็นมิตรเป็นกันเอง ไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสินและมองไปในทางที่ไม่ดี จะช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย สามารถที่จะเสนอความคิดเห็นหรือทำงานต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ และมีความรู้สึกว่าตนเองได้รับความรักจากกลุ่ม ทำให้เกิดความต้องการที่จะช่วยเหลือ กลุ่มให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
        2.6 ขจัดหรือลดความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกลุ่ม เพราะความขัดแย้งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลุ่มแตกแยก หากผู้นำไม่สามารถที่จะช่วยในเรื่องนี้ได้ พลังจากความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของกลุ่มจะถูกบั่นทอนให้ ลดน้อยลง ประสิทธิภาพในการทำงานของกลุ่มก็จะลดลง หรือบางครั้งอาจทำให้ไม่สามารถรวมกลุ่มกันทำงานต่อไปจนบรรลุผลสำเร็จได้
       เมื่อวิเคราะห์ผู้นำจากบทบาทและรูปแบบที่แสดงออก อาจพิจารณาแหล่งที่มาของอำนาจของผู้นำ และพิจารณา จากการใช้อำนาจของผู้นำดังรายละเอียดต่อไปนี้
      1. การพิจารณาแหล่งที่มาของอำนาจของผู้นำ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
         1.1 ผู้นำตามกฎหมาย (Legal Leader) เป็นผู้นำที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่น ตำแหน่งต่าง ๆ ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ได้แก่ หัวหน้างานต่าง ๆ ที่มีการกำหนดไว้เป็นตำแหน่งขึ้นในหน่วยงานต่าง ๆ
         1.2 ผู้นำตามบุคลิกภาพส่วนตัว (Charismatic Leader) ผู้นำที่มีอำนาจติดตัวมาเพราะบุคลิกดี การศึกษาสูง ฐานะและตระกูลดี พวกนี้ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจทางกฎหมายในการโน้มน้าวจิตใจคน
         1.3 ผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม (Symbolic Leader) ผู้นำที่เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่มที่ทุกคนยอมรับ และยกย่องเทิดทูน ทำนองเดียวกับพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นผู้นำของประเทศ
       2. การพิจารณาจากการใช้อำนาจของผู้นำ แบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ
         2.1 ผู้นำแบบเผด็จการ (Autocratic) ผู้นำประเภทสั่งงานเฉียบขาด ไม่คำนึงถึง
คนอื่น ไม่มีการแบ่งงานรวบอำนาจแบบเผด็จการ จะตัดสินใจด้วยตนเอง ยึดมั่นในความคิดของตนเองเป็นใหญ่ สร้างบรรยากาศแห่งความกลัวให้เกิดขึ้นในหน่วยงาน
         2.2 ผู้นำแบบตามสบาย (Laissez-faire) ผู้นำประเภทปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
ทำงานกันไปตามใจชอบ ตามบุญตามกรรม ไม่มีการนิเทศตรวจตราติดตามผลงาน
การตัดสินใจขึ้นอยู่กับผู้ใต้บังคับบัญชาที่จะเห็นดี เห็นชอบกันไป จะทำอย่างไร
ก็ตามใจชอบ ถ้าลูกน้องดีงานก็อาจดีได้ ถ้าลูกน้องไม่ดีงานก็อาจจะเสีย และทำงานกันไปวันหนึ่ง ๆ เท่านั้น
         2.3 ผู้นำแบบประชาธิปไตย (Democratic) ผู้นำประเภทใช้อำนาจตามวิถีทางประชาธิปไตย การตัดสินใจจะถือความเห็นส่วนใหญ่ มีการประชุมปรึกษาหารือก่อนตัดสินใจ มีการกระจายอำนาจ รับฟังความคิดเห็น ไม่ใช้อำนาจกดขี่ การแก้ปัญหาก็เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ร่วมกันพิจารณา เคารพในสิทธิและหน้าที่ของแต่ละบุคคล
 

บรรณานุกรม

กวี วงศ์พุฒ. ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ: ศูนย์ส่งเสริมวิชาชีพบัญชี, 2539.

บุญชู โสดา. องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: สถาบันราชภัฏจันทรเกษม, 2548.

วิเชียร วิทยอุดม. ภาวะผู้นำ. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซเท็กซ์, 2550.

ศิริพร พงศ์ศรีโรจน์. องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ: เทคนิค 19, 2540.

เศาวนิต เศาณานนท์. ความหมายของผู้นำ [ออนไลน์], 2550.
แหล่งที่มา: http://www.nrru.ac.th/article/leadership/page1.1.html [26 พฤศจิกายน 2550]

_บทบาทหน้าที่ของผู้นำ[ออนไลน์],2550.
แหล่งที่มา: http://www.nrru.ac.th/article/leadership/page3.2.html [26 พฤศจิกายน 2550]

สมยศ นาวีการ. การบริหาร. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: ดอกหญ้า, 2539.

สุขุมวิทย์ ใสยโสภณ. คุณสมบัติและลักษณะผู้นำ [ออนไลน์], 2550.
แหล่งที่มา: http://vdo.kku.ac.th/mediacenter/ mediacenter-ploads/html/1253/Lb3.html [26 พฤศจิกายน 2550]

ประเภทของผู้นำ [ออนไลน์], 2550.
แหล่งที่มา: http://vdo.kku.ac.th/mediacenter/mediacenteruploads/html/1253/Lb2.html [26 พฤศจิกายน 2550]

ผู้นำที่ดี...ควรมีลักษณะอย่างไร? [ออนไลน์], 2550.
แหล่งที่มา: http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=generalbae&month=06-2005&16&group=3&gblog=18 [26 พฤศจิกายน 2550]

สุทัศนา มุขประภาต. ภาวะผู้นำ. ฉะเชิงเทรา: สถาบันราชภัฏนครินทร์, 2545.

เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์. ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช,2536.

Burton, Gene and Manab, Thakur. Management Today: Principle and Practice. New Delhi: Tata
McGraw-Hill Book Company, 1995.

Certo, Samuel C. Modern Management. 6th ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice Hall, 1994.

. Modern Management. 7th ed. Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall, 1998.
Certo, Samuel C. and Certo, Trevis S. Modern Management. 10th ed. Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall, 2006.

Fullan, M. and St. Germain, C. Learning Places. Thousand Oak, CA: Corwin Press. Ontario Principal’s
Council, 2006.

Hersey, Paul and Blanchard, Kenneth H. Management of Organizational Behavior. California: Prentice
Hall, (n.d.).
Tead, Ordway. The Art of Leadership. New York: McGraw-Hill Book Company, 1965.

คลิกแบบทดสอบที่นี่ค่ะ...!

ที่มา : http://www.br.ac.th/E-learning/lesson2_intro.html

   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


  •  






     


    ค้นหาข้อมูลในเวบ
    Search
    สมาชิกเข้าสู่ระบบได้ที่นี่


    สมาชิกเข้าสู่ระบบ
     
    รหัสสมาชิก

    รหัสผ่าน

    สมัครสมาชิก

    ติดต่อ webmaster ที่นี่

    webblog gunrapree
    webboard gunrapree
    blogspot gunrapree
    gunrapree.blogspot
    elementary.blogspot
    hi5.com@geerapann
    Twitter@geerapann
    Google+ gunrapree
    facebook@gunrapree

    http://lnkd.in/TUZDnH #in




    อย่าท้อถอยต่อความดีงามที่ควรพึงกระทำ...
    โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการทำ Web Media ปี 2552 

ประเภทบุคคล
        
        
                            




    ksp channel FAQ

    หนังสือราชการ

    ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบข้อเขียน ทุนรัฐบาลมาเลเซีย ปี 2555

  • สำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนรัฐบาลประจำปี 2554 (ทุนสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา หรือมีสถานศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาในต่างประเทศ)
  • โครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม (สำหรับนักเรียน อายุ 16 ปีขึ้นไป)
  • ทุนฝึกอบรม IATSS Forum รุ่นที่ 50 ณ ประเทศญี่ปุ่น
  • ประกาศผลการสอบคัดเลือกนักเรียนทุนการศึกษาโรงเรียนการบินญี่ปุ่น ประจำปีการศึกษา 2555 ครั้งที่ 2
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบชิงทุน Japan Aviation Academy (JAA) เพื่อศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี (รอบที่ 2)
  • ทุน 2013 Teaching Excellence and Achievement Program (TEA)
  • เปิดรับสมัครทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2555 - 2556 สาขา Information Science and Technology ณ University for Information Technology "St. Paul the Apostle (UIST) เมือง Ohrid สาธารณรัฐมาซิโดเนีย
  • รับสมัครทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเพื่อศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประจำปี ๒๕๕๕ หมดเขตวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕
  • ทุนคุรุทายาทครูสอนภาษาจีนโรงเรียนเอกชน
  • ตลาดน้ำวัดลำพญา ต้นแบบเรียนรู้"บวร"
  • ศธ.เล็ง2แนวทางดูแล-หนุนรมต.ใช้วิธีสแกนนิ้ว ครูเอกชนเฮเข้าร.พ.ไม่ต้องจ่ายเงิน
  • สทศ.ประกาศผลสอบโอเน็ต ม.6 แล้ว เด็กทำคะแนนมากขึ้น 3 วิชา ลดลง 5
  • การเสนอชื่อบุคคล/หน่วยงานสมัครเข้ารับรางวัล Wenhui Award ด้านนวัตกรรมทางการศึกษา ประจำปี ๒๕๕๕ (Wenhui Award for Educationnal Innovation 2012)
  • คุรุสภา แจงมาตรา44 ออกใบวิชาชีพครู
  • ไทยรับรู้อาเซียนด้อยกว่าชาติอื่น ศธ.เร่งพัฒนาศักยภาพเด็ก3ด้านชิงเป็นผู้นำ
  • นักเรียนยืนยันสิทธิ์รับตรงขาดเกือบหมื่น
  • ครูพันธุ์ใหม่ได้อัตราบรรจุ30%
  • ชงครม.จัดซื้อ"แท็บเล็ต"แบบลงนามเอ็มโอยู
  • เหน็บ!เงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็ก
  • ประกาศ

    ---------------

    เรื่อง จัดทำข้อมูลเงินเดือนผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในระบบ PSIS ให้เป็นปัจจุบัน

    ตามที่ สช. ได้ปรับฐานอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554 ซึ่งรวมเงินอุดหนุนสมทบเงินเดือนครูเพิ่ม 5 %ในระบบ PSIS เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือนมีนาคม 2555
    ดังนั้น โรงเรียนที่ยังไม่ได้ปรับเพิ่มเงินเดือนครูอัตราร้อยละ 5 ในระบบ PSIS ขอให้ดำเนินการปรับเพิ่มข้อมูลเงินเดือน ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ภายในวันที่ 25 มีนาคม 2555 เพื่อ สช.จะได้จัดทำข้อมูลประกอบการเสนอของบประมาณการปรับเพิ่มอัตราค่าใช้เงินอุดหนุนรายบุคคล และการปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรีให้ได้รับเดือนละ 15,000 บาท


    - รายละเอียดเพิ่มเติม -

    1. ตารางอัตราเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน (ปรับเพิ่มเงินเดือนในอัตราร้อยละ 5)

    2. ตารางแสดงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่


  • ♥ ¸. • * '¯) ♥ ¸. •*' ¯)

    สถิติผู้เยี่ยมชม

    (¯ `* •. ¸ ♥ (¯` * •. ¸ ♥ (¯` * •. ¸ ♥(¯` * •. ¸ ♥(¯` ♥

      สถิติวันนี้ 265 คน
      สถิติเมื่อวาน 177 คน
      สถิติเดือนนี้
     สถิติปีนี้
     สถิติทั้งหมด
    3018 คน
    19762 คน
    30476586 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-11-07


    อากาศวันนี้


    ดาวเทียม                          กรมตุนิยมทยา
    สภาพอากาศและฝนในช่วงต้นฤดูฝน 2555
    แผ่นดินไหว SOUTH OF JAVA,
    INDONESIAขนาด 4.4 ริกเตอร์
    เรดาร์ตรวจอากาศ เรดาร์ตรวจอากาศ
    ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายดาวเทียม
    วิเคราะห์ภาพดาวเทียม วิเคราะห์ภาพดาวเทียม
    แผนที่อากาศ แผนที่อากาศ
    สถานีวัดฝนอัตโนมัติ สถานีวัดฝนอัตโนมัติ
    สถานีตรวจอากาศอัตโนมัติ ข้อมูล AWS
    NWP Model NWP Model
    GIS GIS
    เตือนภัย เตือนภัย
    เส้นทางเดินพายุ เส้นทางเดินพายุ
    รายงานแผ่นดินไหว รายงานแผ่นดินไหว