Gunrapree.com
Horticultural & Agricutural Gunrapree garden group Dates Employed Nov 2011 – Present Employment Duration •6 yrs Location Thailand Horticultural and agricultural development in an integrated ecosystem-oriented applications. Molecular ecophysiology (stress physiology: light, temperature, oxygen deficiency, drought, salt, heavy metals, xenobiotica and biotic stress factors) Autecology (whole plant ecology: thermal balance, water, nutrient, carbon relations) Ecosystem ecology (plants as part of ecosystems, element cycles, biodiversity) Synecology (development of vegetation in time and space, interactions between vegetation and the abiotic and biotic environment) Global aspects of plant ecology (global change, global biogeochemical cycles, land use, international conventions, socio-economic interactions) Garden/Farm-Fruit - vegetable plots - land - rice - fish - flowers, economy, etc. species. Genetic improvement and development of areas suitable for the area in January and the other regions. Project Planning Dates Employed Oct 2011 – Present Employment Duration •6 yrs 1 mo Location The Individual and Its Environment Part I. The Individual and Its Environment 2. Photosynthesis and the Light Environment •The Process of Photosynthesis •Photosynthetic Rates ◦Limitations Caused by Light Levels ◦Limitations on Carbon Uptake ◦Variation in Photosynthetic Rates Within and Between Habitats •The Three Photosynthetic Pathways ◦C3 Photosynthesis ◦C4 Photosynthesis ◦Crassulacean Acid Metabolism (CAM Photosynthesis) •Evolution of the Three Photosynthetic Pathways ◦Phylogeny of the Photosynthetic Pathways ◦Photosynthesis through Evolutionary Time •Growth Form, Phenology, and Distribution of C3, C4, and CAM Plants ◦Growth Forms and Habitats ◦Phenology ◦Geographic Distributions •Adaptations to the Light Environment ◦Sun and Shade Leaves ◦Species’ Adaptations to High-Light and Low-Light Habitats ◦Do Sun and Shade Adaptations Exist Within Species? ◦Day Length: Responses and Adaptations •Summary •Additional Readings •Questions •BOX 2A. Photorespiration •BOX 2B. Stable Isotopes and Photosynthesis •BOX 2C. Leaf Iridescence and Structural Coloration The Ecology of Plants The Ecology of Plants •Ecology as a Science ◦The Genesis of Scientific Knowledge ◦Objectivity, Subjectivity, Choice, and Chance in Scientific Research ◦Experiments: The Heart of Research ◦Testing Theories ◦Specific Results versus General Understanding ◦Science and Other Ways of Knowing, Revisited •Scale and Heterogeneity •The Structure and History of Plant Ecology •Additional Readings Water Relations and Energy Balance 3. Water Relations and Energy Balance •Adapting to Life on Land •Water Potential •The Soil-Plant-Atmosphere Continuum •Transpiration and the Control of Water Loss ◦Strategies for Coping with Different Water Availability Conditions ◦Water Use Efficiency ◦Whole-Plant Adaptations to Low Water Availability ◦Physiological Adaptations ◦Anatomical and Morphological Adaptations •The Energy Balance of Leaves ◦Radiant Energy ◦Conduction and Convection ◦Latent Heat Exchange ◦Putting It All Together: Leaf and Whole-Plant Temperature ◦Adaptations to Extreme Temperature Regimes •Summary •Additional Readings •Box 3A. Measuring Photosynthesis, Transpiration, and Water Potential •Box 3B. Why the Sky Is Blue and the Setting Sun Is Red 4. Soils, Mineral Nutrition, and Belowground Interactions •Soil Composition and Structure ◦Soil Texture ◦Soil pH ◦Horizons and Profiles ◦Origins and Classification ◦Organic Matter and the Role of Organisms •Water Movement within Soils •Plant Mineral Nutrition ◦The Stoichiometry of Nutrients ◦Nitrogen in Plants and Soils ◦Biological Nitrogen Fixation ◦Phosphorus in Soils ◦Nutrient Use Efficiency ◦Leaf Life Span and Evergreen versus Deciduous Leaves •Mycorrhizae ◦Major Groups of Mycorrhizae ◦The Role of Mycorrhizae in Plant Phosphorus Nutrition ◦Other Functions of Mycorrhizae ◦Orchids and Their Mycorrhizal Associations ◦Mutualism or Parasitism? ◦Effects of Mycorrhizae on Plant Interactions •Summary •Questions for Study and Discussion •Additional Readings •Box 4A. Symbioses and Mutualisms
 Gunrapree garden Group 
Agriculture | Research&Services
 

เค้าโครงวิจัยในชั้นเรียน - Document Transcript 1.เค้าโครงวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง การแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน กรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงาน

รายวิชา สุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน.........................................ปีการศึกษา ๒๕...........

ผู้วิจัย ......................................................

................................................................................................................................

สภาพของปัญหาและความสำคัญ

        จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ พบว่า การกำหนดภาระงานเพื่อให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงการรู้จักคิดวิเคราะห์และการทำงานกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบ และยอมรับในบทบาทหน้าที่ๆพึงกระทำตามที่กำหนด มีน้อยมากจนถึงขั้นไม่มีเลย ซึ่งตรงข้ามกับหลักความเป็นจริงตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕ ที่กล่าวไว้ในมาตรา ๗ ที่ว่า การจัดการเรียนรู้ต้องจัดให้ผู้เรียนได้รู้จักเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่เป็นเนืองๆ จึงจะบังเกิดผลที่พึงประสงค์ การกำหนดภาระงานก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สนองแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาดังกล่าว
        จากผลการสังเกตและปรึกษาครูผู้สอนนักเรียนกลุ่มเดียวกันพบว่ามีปัญหาไปในทางเดียวกันคือเด็กขาดความรับผิดชอบ ขาดความสนใจ ไม่เอาใจใส่ และมีบางประเด็นที่ค้นพบก็คือ เด็กยอมรับที่จะมีผลทางการเรียนติด 0 ,ร มากกว่า เพียงเพราะคิดว่าเป็นการง่ายกว่าการที่จะเรียนแล้วสอบ และรับผิดชอบงานตามครูสั่ง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมีความสนใจทำวิจัยในชั้นเรียนในเรื่องดังกล่าว เพื่อทราบสาเหตุที่ชัดเจนและใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเป็นข้อสนเทศสำหรับครูผู้สอนที่พบปัญหาสาเหตุเช่นเดียวกันต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย
        เพื่อแก้ไขสาเหตุพฤติกรรมของนักเรียน กรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ปีการศึกษา ๒๕....
ความสำคัญของการวิจัย
       เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียนกรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕...  เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาที่พบเห็นของครูผู้สอนรายวิชาอื่นๆต่อไปขอบเขตของการวิจัย

ประชากร
         ประชากรที่ศึกษาเป็นนักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน................................................................. ปีการศึกษา ๒๕.........

ตัวแปร
        ตัวแปรต้น ได้แก่สถานภาพของตัวแปร ได้แก่ นักเรียน และเพศ
        ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก

วิธีการดำเนินการ
        สังเกตผลติดตามการสั่งภาระงานและการส่งงานของนักเรียนจากภาคเรียนที่ .....ปีการศึกษา ๒๕๕...ซักถามครูผู้สอนในระดับเดียวกันให้ครอบคลุมปัญหาที่ต้องการตามแบบสัมภาษณ์รวบรวมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยการหาค่าร้อยละ เฉลี่ย
นำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาสร้างเงื่อนไขและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้และกำหนดภาระงาน นำไปใช้กับผู้เรียน
นำข้อมูลและข้อสังเกตที่เห็นและที่เก็บจากนักเรียนเมื่อผ่านไปแล้ว ๑ เดือน มาวิเคราะห์แปรผลเพื่อนำกลับไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ระยะเวลา ....เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ...........

ผลที่คาดว่าจะได้รับทราบข้อมูลสาเหตุของปัญหาและวิธีการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้
        นักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๖โรงเรียนพลับพลาชัยพิทยาคม ปีการศึกษา ๒๕๕๓ มีพฤติกรรมกระตือรือร้นในการรับผิดชอบการส่งภาระงานที่ได้รับมอบหมาย

 

......................................................................................................................................

 

 


บทนำ


สภาพของปัญหาและความสำคัญ
        จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ พบว่า การกำหนดภาระงานเพื่อให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงการรู้จักคิดวิเคราะห์และการทำงานกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบ และยอมรับในบทบาทหน้าที่ๆพึงกระทำตามที่กำหนด มีน้อยมากจนถึงขั้นไม่มีเลย ซึ่งตรงข้ามกับหลักความเป็นจริงตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕ ที่กล่าวไว้ในมาตรา ๗ ที่ว่า การจัดการเรียนรู้ต้องจัดให้ผู้เรียนได้รู้จักเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่เป็นเนืองๆ จึงจะบังเกิดผลที่พึงประสงค์ การกำหนดภาระงานก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สนองแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาดังกล่าว แต่จากผลที่นักเรียนมีพฤติกรรมตามที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ตกต่ำตามไปด้วย
       จากผลการสังเกตและปรึกษาครูผู้สอนนักเรียนกลุ่มเดียวกันพบว่าหลายคนมักมีปัญหาไปในทางเดียวกันคือเด็กขาดความรับผิดชอบ ขาดความสนใจ ไม่เอาใจใส่ และมีบางประเด็นที่ค้นพบก็คือ เด็กยอมรับที่จะมีผลทางการเรียนติด 0 ,ร มากกว่า เพียงเพราะคิดว่าเป็นการง่ายกว่าการที่จะเรียนแล้วสอบ และรับผิดชอบงานตามครูสั่ง จากสาเหตุและเหตุผลกังกล่าวข้างต้นข้าพเจ้าจึงมีความสนใจทำวิจัยในชั้นเรียนในเรื่องดังกล่าว เพื่อทราบสาเหตุที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเป็นข้อสนเทศสำหรับครูผู้สอนที่พบปัญหาสาเหตุเช่นเดียวกันต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย
        เพื่อแก้ไขสาเหตุพฤติกรรมของนักเรียน กรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕....

ความสำคัญของการวิจัย
        เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียนกรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕.....เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาที่พบเห็นของครูผู้สอนรายวิชาอื่นๆต่อไป

ขอบเขตของการวิจัย

ประชากร
         ประชากรที่ศึกษาเป็นนักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
โรงเรียน.........................................................ปีการศึกษา ๒๕........
ตัวแปร
        ตัวแปรต้น ได้แก่สถานภาพของตัวแปร ได้แก่ นักเรียน และเพศ
        ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก


วิธีการดำเนินการ

        สังเกตผลติดตามการสั่งภาระงานและการส่งงานของนักเรียนจากภาคเรียนที่ ...ปีการศึกษา ๒๕...ซักถามครูผู้สอนในระดับเดียวกันให้ครอบคลุมปัญหาที่ต้องการตามแบบสัมภาษณ์รวบรวมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยการหาค่าร้อยละ เฉลี่ย
...........นำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาสร้างเงื่อนไขและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้และกำหนดภาระงาน นำไปใช้กับผู้เรียน
นำข้อมูลและข้อสังเกตที่เห็นและที่เก็บจากนักเรียนเมื่อผ่านไปแล้ว ๑ เดือน มาวิเคราะห์แปรผลเพื่อนำกลับไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ระยะเวลา เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕.....

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

        ทราบข้อมูลสาเหตุของปัญหาและวิธีการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้
        นักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน....................................ปีการศึกษา ๒๕..... มีพฤติกรรมกระตือรือร้นในการรับผิดชอบการส่งภาระงานที่ได้รับมอบหมาย

นิยามศัพท์เฉพาะ
-

......................................................................................................................................

 


เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


        งานวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและค้นคว้าจากสื่อเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ตในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของนักเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยดังต่อไปนี้
           ๑.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕
           ๒.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
           ๓.หนังสือจิตวิทยาวัยรุ่น
           ๔.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการวิจัย
                 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕
                 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
                 หนังสือจิตวิทยาวัยรุ่น
                 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการวิจัย

 

......................................................................................................................................

การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน


               การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน  เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน  หลังจากที่ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจนได้ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์แล้ว  การเขียนรายงานการวิจัยโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการวิจัยเผยแพร่    ให้ผู้สนใจได้ศึกษา  รับรู้  นำรูปแบบวิธีการดำเนินงานและผลการวิจัยไปใช้ในการปฏิบัติงาน  รวมทั้งเพื่อเสนอเป็นผลงานทางวิชาการสำหรับขอเลื่อนและกำหนดตำแหน่งให้สูงขึ้นด้วย  แต่การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว  แต่เป็นการเขียนเพื่อบันทึกรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการหรือนวัตกรรมที่คิดค้นแสวงหามาใช้ในการแก้ปัญหา

                 การเรียนการสอนของตนเอง  และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูด้วยกัน  องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในชั้นเรียนไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงเป็นทางการหรือเป็นสากลได้  เพราะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวนน้อยที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรโดยทั่วไป  ตลอดจนวิธีการดำเนินการวิจัยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นทางการ หรือความเป็นสากลมากนัก  ดังนั้น ความเชื่อถือได้ของการวิจัยในชั้นเรียน จึงมักไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิจัยหรือนักวิชาการโดยทั่วไปเท่าที่ควร  นอกจากว่าครูผู้ทำการวิจัยในชั้นเรียนจะพยายามปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินงานให้มีความเป็นสากล  และมีความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น

 

องค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียน


               โดยทั่วไปแล้วในรายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครู ประกอบด้วย 1) วัตถุประสงค์ของการวิจัย  2) วิธีการดำเนินการวิจัย  3) ผลการวิจัย  4) ข้อสังเกตหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม  และ 5) สิ่งที่ต้องศึกษาต่อไป  ประเด็นที่น่าสนใจ  และแนวทางในการวิจัยต่อไป  หรือควรประกอบด้วย  1) บทนำ (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  และวัตถุประสงค์ของการวิจัย)  2) แนวคิดที่สำคัญ (และสมมุติฐาน) ของการวิจัย 3) วิธีดำเนินการวิจัย (ตัวแปร  กลุ่มตัวอย่าง  เครื่องมือ  และวิธีการเก็บข้อมูล)  4) การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมาย และ 5) สรุปผล  อภิปราย  และข้อเสนอแนะ

                    จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียนมีลักษณะที่ไม่ยึดรูปแบบของรายงานการวิจัยโดยทั่วไปมากนัก  รายงานเฉพาะประเด็นที่สำคัญเท่านั้น  สุวิมล  ว่องวาณิช  (2543 : 182)  ได้สรุปว่า การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนไม่ใช่การวิจัยที่ยากเกินความสามารถของครู      ทุกคนสามารถทำได้ถ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำ และเมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้ว  ก็ไม่ต้องกังวลว่าวิธีการวิจัยที่ใช้จะไม่ถูกต้องตามหลักวิชา  เพราะหลักการของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนคือการทำวิจัยเพื่อนำผลไปแก้ปัญหา  เมื่อใดที่ปัญหาในห้องเรียนหมดไป  ครูนักวิจัยไม่ต้องกังวลหรือสงสัยว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เลือกขึ้นมาใช้  มีอิทธิพลส่งผลให้ปัญหาหมดไปจริงหรือไม่  ไม่ต้องกลัวการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิธีวิทยาการวิจัย  การทำวิจัยคือการแก้ปัญหา  ไม่ใช่การสร้างหรือทดสอบความแกร่งของทฤษฎี ดังนั้นเพื่อให้มีความเป็นไปได้ในการเขียนรายงานการวิจัยของครู  ซึ่งไม่ยากเกินไปจนทำไม่ได้  แต่ก็ไม่ง่ายเกินไปจนเชื่อถือหรือยอมรับไม่ได้  ภายใต้แนวคิดที่ว่า        ถ้ารายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูเป็นรายงานที่ให้ความรู้ใหม่ในการแก้ปัญหา  และครูใช้กระบวนการวิจัยที่เชื่อถือได้  รายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูก็เป็นรายงานการวิจัยที่ควรยอมรับได้  การเขียนรายงานวิจัยในชั้นเรียนจึงควรมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

                    1.  ชื่อเรื่องการวิจัย

                    2.  ปัญหาและความสำคัญของปัญหา

                    3.  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                    4.  วิธีการวิจัย

                          4.1  กลุ่มเป้าหมาย

                          4.2  วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช้             

                          4.3  วิธีการรวบรวมข้อมูล

                          4.4  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

                          4.5  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

                    5.  สรุปและสะท้อนผล

                    รายละเอียดการดำเนินงานตามองค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวนี้  ครูได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติมาเป็นอย่างดีแล้วจากบทที่ 2  ดังนั้น  จึงไม่อยู่นอกเหนือศักยภาพของครูที่จะนำมาเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูได้  อย่างไรก็ตาม หากคณะครูได้ร่วมกันปลดปล่อยศักยภาพของตนในฐานะคนในให้ออกมาอย่างเต็มที่  และเป็นอิสระจากคนนอกในการตัดสินใจแล้ว  งานวิจัยของครูก็จะมีคุณค่ามากขึ้น


หลักการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนให้น่าเชื่อถือและยอมรับได้  ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

                    1.  ปัญหาที่นำมาวิจัยต้องเป็นปัญหาที่แท้จริง  มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นปัญหา  ไม่ใช่เป็นเพียงสาเหตุของปัญหา  เป็นปัญหาที่สามารถหาคำตอบได้ด้วยการวิจัยและเป็นองค์ความรู้ใหม่

                    2.  ชื่อเรื่องการวิจัยหรือชื่อปัญหาวิจัยต้องมีความกะทัดรัด  และชัดเจนในตัวของมันเอง  เฉพาะเจาะจงและน่าสนใจ  คำว่า  การศึกษาเกี่ยวกับ  การวิจัย  การทดลอง  การวิเคราะห์   การสำรวจ   หรือการค้นหา ก็ตาม  คำเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้

                    3.  วัตถุประสงค์ของการวิจัยควรใช้ภาษาที่ชัดเจน  เข้าใจง่าย  ไม่วกวน  หลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำซ้อน  นำไปสู่การตั้งสมมุติฐานและสามารถทำการทดสอบได้

                    4.  วิธีการวิจัยมีความถูกต้องมีข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริง  เครื่องมือ

ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล  และผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีความเที่ยงตรง

                    5.  การสื่อความหมายตั้งแต่ต้นจนจบมีความชัดเจน  สอดคล้องต่อเนื่อง  ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ดี


การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

                    การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ  ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นคว้าทดลองแสวงหาความจริงเชิงวิทยาศาสตร์อย่างใกล้ชิดในสถานการณ์จริงของครูในชั้นเรียน  หรือในโรงเรียน  ไม่มีรูปแบบการเขียนรายงานที่เป็นสากล  เน้นรูปแบบที่เรียบง่าย  ใช้การบรรยายเป็นหลักในการนำเสนอข้อค้นพบที่เป็นองค์ความรู้ใหม่จากการแก้ปัญหา  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าครูผู้วิจัยจะมีความสามารถในการบันทึกรายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยได้มากน้อยหรือดีเพียงใด  ดังนั้นการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนที่มีความเป็นไปได้  และอยู่ในวิสัยที่ครูผู้สอนโดยทั่วไปจะทำได้  จึงควรมีโครงสร้างและองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้
 
ชื่อรายงาน.............................................................................................................

ปัญหา  :  ...................................................................................................................

สาเหตุ  

                    1.  ..............................................................................................................

                   2.  ..............................................................................................................

                   3.  ..............................................................................................................

วัตถุประสงค์

                    เพื่อ............................................................................................................

วิธีการวิจัย

                    1.  กลุ่มเป้าหมาย  นักเรียนชั้น......ภาคเรียนที่......ปีการศึกษา.....จำนวน.......คน

                    2.  วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช้

                          2.1  ชื่อนวัตกรรม...............................จำนวน...........ชุด/เรื่อง/หน่วย  ดังนี้

                                  2.1.1  ...........................................................................................

                                  2.1.2  ...........................................................................................

                                  2.1.3  ...........................................................................................

                          2.2  แผนการสอน  เรื่อง......................................................................

                          2.3  เครื่องมือวัดผลและรวบรวมข้อมูล

                                  2.3.1  ...........................................................................................

                                  2.3.2  ...........................................................................................

                                  2.3.3  ...........................................................................................

                    3.  วิธีการรวบรวมข้อมูล

                          3.1  .....................................................................................................

                          3.2  .....................................................................................................

                          3.3  .....................................................................................................    

                 4.  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

                          4.1  .....................................................................................................

                          4.2  .....................................................................................................

                          4.3  .....................................................................................................

                    5.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

                          5.1  .....................................................................................................

                          5.2  .....................................................................................................

                          5.3  .....................................................................................................                      

สรุปและสะท้อนผล

               .............................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

อยู่ในระหว่างดำเนินการปรับปรุง
Side Menu

Side Page
  สถิติวันนี้ 26 คน
  สถิติเมื่อวาน 13 คน
  สถิติเดือนนี้
 สถิติปีนี้
 สถิติทั้งหมด
606 คน
22484 คน
30693236 คน

      


Side Page
Designed by:gunrapree garden online  Copyright (c) 2011-2117 By : admin@gunrapree.com