ร่วมแลกเปลี่ยนผลงานทางการศึกษา

ขอเชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็นกันค่ะ .!

เทิดไท้พระภูมี แปดสิบสี่พระพรรษา ดวงใจของไพร่ฟ้า "พระราชาแห่งราชันย์" พระยศก้องเกรียงไกร สถิตในทุกชนชั้น สมนามองค์เทวัญ จากสวรรค์วิมานฟ้า น้อมเกล้าอัญชุลี พระภูมีกษัตรา เทิดไว้ในบูชา ผองไพร่ฟ้าประชาไทย ศิระน้อมประณต แทบจรดเหนือเกล้าไว้ ถวายพระพรชัย พระองค์ทรงพระเจริญ
 

เค้าโครงวิจัยในชั้นเรียน - Document Transcript 1.เค้าโครงวิจัยในชั้นเรียน

เรื่อง การแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน กรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงาน

รายวิชา สุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน.........................................ปีการศึกษา ๒๕...........

ผู้วิจัย ......................................................

................................................................................................................................

สภาพของปัญหาและความสำคัญ

        จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ พบว่า การกำหนดภาระงานเพื่อให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงการรู้จักคิดวิเคราะห์และการทำงานกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบ และยอมรับในบทบาทหน้าที่ๆพึงกระทำตามที่กำหนด มีน้อยมากจนถึงขั้นไม่มีเลย ซึ่งตรงข้ามกับหลักความเป็นจริงตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕ ที่กล่าวไว้ในมาตรา ๗ ที่ว่า การจัดการเรียนรู้ต้องจัดให้ผู้เรียนได้รู้จักเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่เป็นเนืองๆ จึงจะบังเกิดผลที่พึงประสงค์ การกำหนดภาระงานก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สนองแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาดังกล่าว
        จากผลการสังเกตและปรึกษาครูผู้สอนนักเรียนกลุ่มเดียวกันพบว่ามีปัญหาไปในทางเดียวกันคือเด็กขาดความรับผิดชอบ ขาดความสนใจ ไม่เอาใจใส่ และมีบางประเด็นที่ค้นพบก็คือ เด็กยอมรับที่จะมีผลทางการเรียนติด 0 ,ร มากกว่า เพียงเพราะคิดว่าเป็นการง่ายกว่าการที่จะเรียนแล้วสอบ และรับผิดชอบงานตามครูสั่ง ดังนั้นข้าพเจ้าจึงมีความสนใจทำวิจัยในชั้นเรียนในเรื่องดังกล่าว เพื่อทราบสาเหตุที่ชัดเจนและใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเป็นข้อสนเทศสำหรับครูผู้สอนที่พบปัญหาสาเหตุเช่นเดียวกันต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย
        เพื่อแก้ไขสาเหตุพฤติกรรมของนักเรียน กรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ปีการศึกษา ๒๕....
ความสำคัญของการวิจัย
       เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียนกรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕...  เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาที่พบเห็นของครูผู้สอนรายวิชาอื่นๆต่อไปขอบเขตของการวิจัย

ประชากร
         ประชากรที่ศึกษาเป็นนักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน................................................................. ปีการศึกษา ๒๕.........

ตัวแปร
        ตัวแปรต้น ได้แก่สถานภาพของตัวแปร ได้แก่ นักเรียน และเพศ
        ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก

วิธีการดำเนินการ
        สังเกตผลติดตามการสั่งภาระงานและการส่งงานของนักเรียนจากภาคเรียนที่ .....ปีการศึกษา ๒๕๕...ซักถามครูผู้สอนในระดับเดียวกันให้ครอบคลุมปัญหาที่ต้องการตามแบบสัมภาษณ์รวบรวมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยการหาค่าร้อยละ เฉลี่ย
นำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาสร้างเงื่อนไขและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้และกำหนดภาระงาน นำไปใช้กับผู้เรียน
นำข้อมูลและข้อสังเกตที่เห็นและที่เก็บจากนักเรียนเมื่อผ่านไปแล้ว ๑ เดือน มาวิเคราะห์แปรผลเพื่อนำกลับไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน  ระยะเวลา ....เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ...........

ผลที่คาดว่าจะได้รับทราบข้อมูลสาเหตุของปัญหาและวิธีการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้
        นักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่๖โรงเรียนพลับพลาชัยพิทยาคม ปีการศึกษา ๒๕๕๓ มีพฤติกรรมกระตือรือร้นในการรับผิดชอบการส่งภาระงานที่ได้รับมอบหมาย

 

......................................................................................................................................

 

 


บทนำ


สภาพของปัญหาและความสำคัญ
        จากการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ พบว่า การกำหนดภาระงานเพื่อให้ผู้เรียนได้ตระหนักถึงการรู้จักคิดวิเคราะห์และการทำงานกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบ และยอมรับในบทบาทหน้าที่ๆพึงกระทำตามที่กำหนด มีน้อยมากจนถึงขั้นไม่มีเลย ซึ่งตรงข้ามกับหลักความเป็นจริงตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕ ที่กล่าวไว้ในมาตรา ๗ ที่ว่า การจัดการเรียนรู้ต้องจัดให้ผู้เรียนได้รู้จักเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์อยู่เป็นเนืองๆ จึงจะบังเกิดผลที่พึงประสงค์ การกำหนดภาระงานก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สนองแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาดังกล่าว แต่จากผลที่นักเรียนมีพฤติกรรมตามที่กล่าวมาข้างต้นจึงเป็นส่วนหนึ่งของการมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ตกต่ำตามไปด้วย
       จากผลการสังเกตและปรึกษาครูผู้สอนนักเรียนกลุ่มเดียวกันพบว่าหลายคนมักมีปัญหาไปในทางเดียวกันคือเด็กขาดความรับผิดชอบ ขาดความสนใจ ไม่เอาใจใส่ และมีบางประเด็นที่ค้นพบก็คือ เด็กยอมรับที่จะมีผลทางการเรียนติด 0 ,ร มากกว่า เพียงเพราะคิดว่าเป็นการง่ายกว่าการที่จะเรียนแล้วสอบ และรับผิดชอบงานตามครูสั่ง จากสาเหตุและเหตุผลกังกล่าวข้างต้นข้าพเจ้าจึงมีความสนใจทำวิจัยในชั้นเรียนในเรื่องดังกล่าว เพื่อทราบสาเหตุที่ชัดเจนเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเป็นข้อสนเทศสำหรับครูผู้สอนที่พบปัญหาสาเหตุเช่นเดียวกันต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย
        เพื่อแก้ไขสาเหตุพฤติกรรมของนักเรียน กรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕....

ความสำคัญของการวิจัย
        เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียนกรณีขาดความกระตือรือร้นติดตามการส่งภาระงานรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ปีการศึกษา ๒๕.....เพื่อใช้เป็นข้อสนเทศสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาที่พบเห็นของครูผู้สอนรายวิชาอื่นๆต่อไป

ขอบเขตของการวิจัย

ประชากร
         ประชากรที่ศึกษาเป็นนักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
โรงเรียน.........................................................ปีการศึกษา ๒๕........
ตัวแปร
        ตัวแปรต้น ได้แก่สถานภาพของตัวแปร ได้แก่ นักเรียน และเพศ
        ตัวแปรตาม ได้แก่ พฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออก


วิธีการดำเนินการ

        สังเกตผลติดตามการสั่งภาระงานและการส่งงานของนักเรียนจากภาคเรียนที่ ...ปีการศึกษา ๒๕...ซักถามครูผู้สอนในระดับเดียวกันให้ครอบคลุมปัญหาที่ต้องการตามแบบสัมภาษณ์รวบรวมนำข้อมูลมาวิเคราะห์ด้วยการหาค่าร้อยละ เฉลี่ย
...........นำข้อมูลที่วิเคราะห์ได้มาสร้างเงื่อนไขและปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้และกำหนดภาระงาน นำไปใช้กับผู้เรียน
นำข้อมูลและข้อสังเกตที่เห็นและที่เก็บจากนักเรียนเมื่อผ่านไปแล้ว ๑ เดือน มาวิเคราะห์แปรผลเพื่อนำกลับไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ระยะเวลา เดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม ๒๕.....

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

        ทราบข้อมูลสาเหตุของปัญหาและวิธีการดำเนินการแก้ไขปัญหาได้
        นักเรียนที่เรียนในรายวิชาสุขศึกษา พื้นฐาน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียน....................................ปีการศึกษา ๒๕..... มีพฤติกรรมกระตือรือร้นในการรับผิดชอบการส่งภาระงานที่ได้รับมอบหมาย

นิยามศัพท์เฉพาะ
-

......................................................................................................................................

 


เอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


        งานวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสารและค้นคว้าจากสื่อเครือข่ายทางอินเทอร์เน็ตในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมของนักเรียนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยดังต่อไปนี้
           ๑.พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕
           ๒.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
           ๓.หนังสือจิตวิทยาวัยรุ่น
           ๔.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการวิจัย
                 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่๒)พ.ศ.๒๕๔๕
                 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๕๑
                 หนังสือจิตวิทยาวัยรุ่น
                 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเปรียบเทียบระหว่างก่อนและหลังการวิจัย

 

......................................................................................................................................

การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน


               การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน  เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการวิจัยในชั้นเรียน  หลังจากที่ได้ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมมาจนได้ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์แล้ว  การเขียนรายงานการวิจัยโดยทั่วไปมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการวิจัยเผยแพร่    ให้ผู้สนใจได้ศึกษา  รับรู้  นำรูปแบบวิธีการดำเนินงานและผลการวิจัยไปใช้ในการปฏิบัติงาน  รวมทั้งเพื่อเสนอเป็นผลงานทางวิชาการสำหรับขอเลื่อนและกำหนดตำแหน่งให้สูงขึ้นด้วย  แต่การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนไม่ได้ให้ความสำคัญกับวัตถุประสงค์ดังกล่าว  แต่เป็นการเขียนเพื่อบันทึกรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับวิธีการหรือนวัตกรรมที่คิดค้นแสวงหามาใช้ในการแก้ปัญหา

                 การเรียนการสอนของตนเอง  และแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนครูด้วยกัน  องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในชั้นเรียนไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงเป็นทางการหรือเป็นสากลได้  เพราะเป็นองค์ความรู้ที่ใช้ได้กับกลุ่มเป้าหมายจำนวนน้อยที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรโดยทั่วไป  ตลอดจนวิธีการดำเนินการวิจัยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเป็นทางการ หรือความเป็นสากลมากนัก  ดังนั้น ความเชื่อถือได้ของการวิจัยในชั้นเรียน จึงมักไม่เป็นที่ยอมรับของนักวิจัยหรือนักวิชาการโดยทั่วไปเท่าที่ควร  นอกจากว่าครูผู้ทำการวิจัยในชั้นเรียนจะพยายามปรับเปลี่ยนวิธีดำเนินงานให้มีความเป็นสากล  และมีความน่าเชื่อถือได้มากขึ้น

 

องค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียน


               โดยทั่วไปแล้วในรายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครู ประกอบด้วย 1) วัตถุประสงค์ของการวิจัย  2) วิธีการดำเนินการวิจัย  3) ผลการวิจัย  4) ข้อสังเกตหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม  และ 5) สิ่งที่ต้องศึกษาต่อไป  ประเด็นที่น่าสนใจ  และแนวทางในการวิจัยต่อไป  หรือควรประกอบด้วย  1) บทนำ (ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา  และวัตถุประสงค์ของการวิจัย)  2) แนวคิดที่สำคัญ (และสมมุติฐาน) ของการวิจัย 3) วิธีดำเนินการวิจัย (ตัวแปร  กลุ่มตัวอย่าง  เครื่องมือ  และวิธีการเก็บข้อมูล)  4) การวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมาย และ 5) สรุปผล  อภิปราย  และข้อเสนอแนะ

                    จะเห็นได้ว่าองค์ประกอบของรายงานการวิจัยในชั้นเรียนมีลักษณะที่ไม่ยึดรูปแบบของรายงานการวิจัยโดยทั่วไปมากนัก  รายงานเฉพาะประเด็นที่สำคัญเท่านั้น  สุวิมล  ว่องวาณิช  (2543 : 182)  ได้สรุปว่า การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนไม่ใช่การวิจัยที่ยากเกินความสามารถของครู      ทุกคนสามารถทำได้ถ้ามีความมุ่งมั่นที่จะทำ และเมื่อตัดสินใจที่จะทำแล้ว  ก็ไม่ต้องกังวลว่าวิธีการวิจัยที่ใช้จะไม่ถูกต้องตามหลักวิชา  เพราะหลักการของการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนคือการทำวิจัยเพื่อนำผลไปแก้ปัญหา  เมื่อใดที่ปัญหาในห้องเรียนหมดไป  ครูนักวิจัยไม่ต้องกังวลหรือสงสัยว่าวิธีการแก้ปัญหาที่เลือกขึ้นมาใช้  มีอิทธิพลส่งผลให้ปัญหาหมดไปจริงหรือไม่  ไม่ต้องกลัวการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับวิธีวิทยาการวิจัย  การทำวิจัยคือการแก้ปัญหา  ไม่ใช่การสร้างหรือทดสอบความแกร่งของทฤษฎี ดังนั้นเพื่อให้มีความเป็นไปได้ในการเขียนรายงานการวิจัยของครู  ซึ่งไม่ยากเกินไปจนทำไม่ได้  แต่ก็ไม่ง่ายเกินไปจนเชื่อถือหรือยอมรับไม่ได้  ภายใต้แนวคิดที่ว่า        ถ้ารายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูเป็นรายงานที่ให้ความรู้ใหม่ในการแก้ปัญหา  และครูใช้กระบวนการวิจัยที่เชื่อถือได้  รายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูก็เป็นรายงานการวิจัยที่ควรยอมรับได้  การเขียนรายงานวิจัยในชั้นเรียนจึงควรมีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้

                    1.  ชื่อเรื่องการวิจัย

                    2.  ปัญหาและความสำคัญของปัญหา

                    3.  วัตถุประสงค์ของการวิจัย

                    4.  วิธีการวิจัย

                          4.1  กลุ่มเป้าหมาย

                          4.2  วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช้             

                          4.3  วิธีการรวบรวมข้อมูล

                          4.4  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

                          4.5  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

                    5.  สรุปและสะท้อนผล

                    รายละเอียดการดำเนินงานตามองค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าวนี้  ครูได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติมาเป็นอย่างดีแล้วจากบทที่ 2  ดังนั้น  จึงไม่อยู่นอกเหนือศักยภาพของครูที่จะนำมาเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนของครูได้  อย่างไรก็ตาม หากคณะครูได้ร่วมกันปลดปล่อยศักยภาพของตนในฐานะคนในให้ออกมาอย่างเต็มที่  และเป็นอิสระจากคนนอกในการตัดสินใจแล้ว  งานวิจัยของครูก็จะมีคุณค่ามากขึ้น


หลักการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนให้น่าเชื่อถือและยอมรับได้  ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

                    1.  ปัญหาที่นำมาวิจัยต้องเป็นปัญหาที่แท้จริง  มีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นปัญหา  ไม่ใช่เป็นเพียงสาเหตุของปัญหา  เป็นปัญหาที่สามารถหาคำตอบได้ด้วยการวิจัยและเป็นองค์ความรู้ใหม่

                    2.  ชื่อเรื่องการวิจัยหรือชื่อปัญหาวิจัยต้องมีความกะทัดรัด  และชัดเจนในตัวของมันเอง  เฉพาะเจาะจงและน่าสนใจ  คำว่า  การศึกษาเกี่ยวกับ  การวิจัย  การทดลอง  การวิเคราะห์   การสำรวจ   หรือการค้นหา ก็ตาม  คำเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้

                    3.  วัตถุประสงค์ของการวิจัยควรใช้ภาษาที่ชัดเจน  เข้าใจง่าย  ไม่วกวน  หลีกเลี่ยงการใช้คำซ้ำซ้อน  นำไปสู่การตั้งสมมุติฐานและสามารถทำการทดสอบได้

                    4.  วิธีการวิจัยมีความถูกต้องมีข้อมูลครบถ้วนและถูกต้องตามความเป็นจริง  เครื่องมือ

ที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล  และผลการวิเคราะห์ข้อมูลมีความเที่ยงตรง

                    5.  การสื่อความหมายตั้งแต่ต้นจนจบมีความชัดเจน  สอดคล้องต่อเนื่อง  ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ดี


การเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียน

                    การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ  ซึ่งเกิดขึ้นจากการค้นคว้าทดลองแสวงหาความจริงเชิงวิทยาศาสตร์อย่างใกล้ชิดในสถานการณ์จริงของครูในชั้นเรียน  หรือในโรงเรียน  ไม่มีรูปแบบการเขียนรายงานที่เป็นสากล  เน้นรูปแบบที่เรียบง่าย  ใช้การบรรยายเป็นหลักในการนำเสนอข้อค้นพบที่เป็นองค์ความรู้ใหม่จากการแก้ปัญหา  ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าครูผู้วิจัยจะมีความสามารถในการบันทึกรายละเอียดขององค์ประกอบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยได้มากน้อยหรือดีเพียงใด  ดังนั้นการเขียนรายงานการวิจัยในชั้นเรียนที่มีความเป็นไปได้  และอยู่ในวิสัยที่ครูผู้สอนโดยทั่วไปจะทำได้  จึงควรมีโครงสร้างและองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้
 
ชื่อรายงาน.............................................................................................................

ปัญหา  :  ...................................................................................................................

สาเหตุ  

                    1.  ..............................................................................................................

                   2.  ..............................................................................................................

                   3.  ..............................................................................................................

วัตถุประสงค์

                    เพื่อ............................................................................................................

วิธีการวิจัย

                    1.  กลุ่มเป้าหมาย  นักเรียนชั้น......ภาคเรียนที่......ปีการศึกษา.....จำนวน.......คน

                    2.  วิธีการหรือนวัตกรรมที่ใช้

                          2.1  ชื่อนวัตกรรม...............................จำนวน...........ชุด/เรื่อง/หน่วย  ดังนี้

                                  2.1.1  ...........................................................................................

                                  2.1.2  ...........................................................................................

                                  2.1.3  ...........................................................................................

                          2.2  แผนการสอน  เรื่อง......................................................................

                          2.3  เครื่องมือวัดผลและรวบรวมข้อมูล

                                  2.3.1  ...........................................................................................

                                  2.3.2  ...........................................................................................

                                  2.3.3  ...........................................................................................

                    3.  วิธีการรวบรวมข้อมูล

                          3.1  .....................................................................................................

                          3.2  .....................................................................................................

                          3.3  .....................................................................................................    

                 4.  วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล

                          4.1  .....................................................................................................

                          4.2  .....................................................................................................

                          4.3  .....................................................................................................

                    5.  ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

                          5.1  .....................................................................................................

                          5.2  .....................................................................................................

                          5.3  .....................................................................................................                      

สรุปและสะท้อนผล

               .............................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................

   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  


  •  






     


    ค้นหาข้อมูลในเวบ
    Search
    สมาชิกเข้าสู่ระบบได้ที่นี่


    สมาชิกเข้าสู่ระบบ
     
    รหัสสมาชิก

    รหัสผ่าน

    สมัครสมาชิก

    ติดต่อ webmaster ที่นี่

    webblog gunrapree
    webboard gunrapree
    blogspot gunrapree
    gunrapree.blogspot
    elementary.blogspot
    hi5.com@geerapann
    Twitter@geerapann
    Google+ gunrapree
    facebook@gunrapree

    http://lnkd.in/TUZDnH #in




    อย่าท้อถอยต่อความดีงามที่ควรพึงกระทำ...
    โครงการส่งเสริมและสนับสนุนการทำ Web Media ปี 2552 

ประเภทบุคคล
        
        
                            




    ksp channel FAQ

    หนังสือราชการ

    ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบข้อเขียน ทุนรัฐบาลมาเลเซีย ปี 2555

  • สำนักงาน ก.พ. เรื่อง รับสมัครคัดเลือกเพื่อรับทุนรัฐบาลประจำปี 2554 (ทุนสำหรับผู้ที่กำลังศึกษา หรือมีสถานศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาในต่างประเทศ)
  • โครงการฝึกอบรมภาษาอังกฤษและวัฒนธรรม (สำหรับนักเรียน อายุ 16 ปีขึ้นไป)
  • ทุนฝึกอบรม IATSS Forum รุ่นที่ 50 ณ ประเทศญี่ปุ่น
  • ประกาศผลการสอบคัดเลือกนักเรียนทุนการศึกษาโรงเรียนการบินญี่ปุ่น ประจำปีการศึกษา 2555 ครั้งที่ 2
  • ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบชิงทุน Japan Aviation Academy (JAA) เพื่อศึกษาต่อ ณ ประเทศญี่ปุ่น ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี (รอบที่ 2)
  • ทุน 2013 Teaching Excellence and Achievement Program (TEA)
  • เปิดรับสมัครทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2555 - 2556 สาขา Information Science and Technology ณ University for Information Technology "St. Paul the Apostle (UIST) เมือง Ohrid สาธารณรัฐมาซิโดเนีย
  • รับสมัครทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาเพื่อศึกษาในประเทศมาเลเซีย ประจำปี ๒๕๕๕ หมดเขตวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๕
  • ทุนคุรุทายาทครูสอนภาษาจีนโรงเรียนเอกชน
  • ตลาดน้ำวัดลำพญา ต้นแบบเรียนรู้"บวร"
  • ศธ.เล็ง2แนวทางดูแล-หนุนรมต.ใช้วิธีสแกนนิ้ว ครูเอกชนเฮเข้าร.พ.ไม่ต้องจ่ายเงิน
  • สทศ.ประกาศผลสอบโอเน็ต ม.6 แล้ว เด็กทำคะแนนมากขึ้น 3 วิชา ลดลง 5
  • การเสนอชื่อบุคคล/หน่วยงานสมัครเข้ารับรางวัล Wenhui Award ด้านนวัตกรรมทางการศึกษา ประจำปี ๒๕๕๕ (Wenhui Award for Educationnal Innovation 2012)
  • คุรุสภา แจงมาตรา44 ออกใบวิชาชีพครู
  • ไทยรับรู้อาเซียนด้อยกว่าชาติอื่น ศธ.เร่งพัฒนาศักยภาพเด็ก3ด้านชิงเป็นผู้นำ
  • นักเรียนยืนยันสิทธิ์รับตรงขาดเกือบหมื่น
  • ครูพันธุ์ใหม่ได้อัตราบรรจุ30%
  • ชงครม.จัดซื้อ"แท็บเล็ต"แบบลงนามเอ็มโอยู
  • เหน็บ!เงินเดือนครูขึ้นสวนคุณภาพการศึกษาเด็ก
  • ประกาศ

    ---------------

    เรื่อง จัดทำข้อมูลเงินเดือนผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาในระบบ PSIS ให้เป็นปัจจุบัน

    ตามที่ สช. ได้ปรับฐานอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2554 ซึ่งรวมเงินอุดหนุนสมทบเงินเดือนครูเพิ่ม 5 %ในระบบ PSIS เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือนมีนาคม 2555
    ดังนั้น โรงเรียนที่ยังไม่ได้ปรับเพิ่มเงินเดือนครูอัตราร้อยละ 5 ในระบบ PSIS ขอให้ดำเนินการปรับเพิ่มข้อมูลเงินเดือน ผู้อำนวยการโรงเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ภายในวันที่ 25 มีนาคม 2555 เพื่อ สช.จะได้จัดทำข้อมูลประกอบการเสนอของบประมาณการปรับเพิ่มอัตราค่าใช้เงินอุดหนุนรายบุคคล และการปรับเพิ่มเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชนวุฒิปริญญาตรีให้ได้รับเดือนละ 15,000 บาท


    - รายละเอียดเพิ่มเติม -

    1. ตารางอัตราเงินเดือนครูโรงเรียนเอกชน (ปรับเพิ่มเงินเดือนในอัตราร้อยละ 5)

    2. ตารางแสดงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำใหม่


  • ♥ ¸. • * '¯) ♥ ¸. •*' ¯)

    สถิติผู้เยี่ยมชม

    (¯ `* •. ¸ ♥ (¯` * •. ¸ ♥ (¯` * •. ¸ ♥(¯` * •. ¸ ♥(¯` ♥

      สถิติวันนี้ 120 คน
      สถิติเมื่อวาน 244 คน
      สถิติเดือนนี้
     สถิติปีนี้
     สถิติทั้งหมด
    4271 คน
    21015 คน
    30477839 คน
    เริ่มเมื่อ 2008-11-07


    อากาศวันนี้


    ดาวเทียม                          กรมตุนิยมทยา
    สภาพอากาศและฝนในช่วงต้นฤดูฝน 2555
    แผ่นดินไหว SOUTH OF JAVA,
    INDONESIAขนาด 4.4 ริกเตอร์
    เรดาร์ตรวจอากาศ เรดาร์ตรวจอากาศ
    ภาพถ่ายดาวเทียม ภาพถ่ายดาวเทียม
    วิเคราะห์ภาพดาวเทียม วิเคราะห์ภาพดาวเทียม
    แผนที่อากาศ แผนที่อากาศ
    สถานีวัดฝนอัตโนมัติ สถานีวัดฝนอัตโนมัติ
    สถานีตรวจอากาศอัตโนมัติ ข้อมูล AWS
    NWP Model NWP Model
    GIS GIS
    เตือนภัย เตือนภัย
    เส้นทางเดินพายุ เส้นทางเดินพายุ
    รายงานแผ่นดินไหว รายงานแผ่นดินไหว